เมื่อเห็นใบหน้านี้ นางค่อนข้างรู้สึกยินดีกับความเคราะห์ร้ายของผู้นำตระกูลมู่คนก่อนที่ได้หายสาบสูญไปนานแล้ว และทิ้งลูกสาวนอกสมรสเอาไว้ข้างนอก
แต่ท่านพ่อบอกว่าหญิงสาวผู้นี้มีฐานันดรที่ต่างกันกับมู่เฉียนซีราวเมฆกับโคลน เช่นนั้นก็แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “หญิงสาวผู้นี้เป็นผู้ที่เฟิงอวิ๋นซิวยอมที่จะไปลงทะเลเพลิงฝ่าภูเขาคมมีดเพื่อนาง ดังนั้นแล้วเฟิงอวิ๋นซิวจึงได้มายังตำหนักตงจี๋ ก็เพราะต้องการที่จะหากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ให้แก่นาง”
“ดังนั้นเฟิงอวิ๋นซิวจึงได้ตามหากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไปทั่วโลกทั้งสี่ทิศมาสิบกว่าปีแล้ว”
“เฟิงอวิ๋นซิวรักนางเป็นอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่มันเป็นเพียงคางคกที่ต้องการกินเนื้อห่านฟ้าเท่านั้น”
เฟิงอวิ๋นซิวเป็นถึงนายน้อยของตำหนักตงจี๋ ทั้งพรสวรรค์และรูปลักษณ์ของเขาสามารถหยิ่งผยองไปได้ทั่วโลกทั้งสี่ทิศ ท่านพ่อกลับกล่าวว่าเขาเป็นเพียงแค่คางคกที่ต้องการจะกินเนื้อห่านฟ้าเท่านั้น
ไป๋เหยียนเอ๋อร์ไม่สามารถที่จะเข้าใจได้และกล่าวถามขึ้นด้วยความสงสัย “ท่านพ่อ สรุปแล้วนางมีฐานันดรอะไรกันแน่?”
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “ฐานันดรของนางไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะสามารถรู้ได้เหยียนเอ๋อร์ เจ้าจงอย่าสงสัยมากไปนักจะดีกว่า จงทำเรื่องของเจ้าให้ดีก็พอแล้ว”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าวถาม “ในเมื่อเฟิงอวิ๋นซิวมีคนในใจแล้ว เช่นนั้น…”
“หากเจ้าแปลงโฉมเป็นนางและเมื่อถึงตอนนั้นก็ใช้เล่ห์กลอีกเล็กน้