ให้ชิงอิ่งนำนางออกไปและอย่าได้แหวกหญ้าให้งูตื่น การปฏิบัติการในคืนนี้ยกเลิกเพียงเท่านี้
เมื่อไป๋อู๋ห่ายได้เปิดประตูเดินออกมาก็ไม่พบผู้ใด
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “ท่านพ่อ ถ้าหากว่ามีคนอยู่จริง ๆ ไฉนเลยที่จะสามารถหนีรอดไปจากใต้หนังตาท่านได้? คาดว่าเมื่อครู่นี้คงเป็นลมพัดแรงและทำให้ต้นไม้ขยับไปก็เท่านั้นเอง”
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “บางทีอาจจะเป็นความรู้สึกที่ผิดพลาดของข้ากระมัง! เหยียนเอ๋อร์ เมื่อครู่นี้เจ้าร้องเรียกชื่อนั้นออกมาทำไม? บิดานั้นถูกเจ้าทำให้ตกใจไปด้วย”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์จ้องมองไปยังภาพวาดที่ไป๋อู๋ห่ายวางไว้ด้านข้างนั้น บนภาพนั้นวาดหญิงสาวที่งดงามอย่างมิอาจหาผู้ใดมาเทียบได้เอาไว้
ชุดคลุมยาวสีแดงได้ห่อหุ้มร่างกายอันดีงามของนางเอาไว้ ตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่มีส่วนใดที่ไม่ถูกประดับประดาอย่างประณีตไร้ที่ติ
ใบหน้านี้คล้ายกับมู่เฉียนซีเป็นอย่างมาก
แต่เมื่อมองดูอย่างละเอียดมันก็มิเหมือนนัก!
หญิงสาวผู้นี้ดูเป็นผู้ใหญ่กว่ามู่เฉียนซีอยู่บ้าง อีกทั้งความสง่าก็ยังดูไม่เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “มู่เฉียนซี หมายถึงญาติผู้ที่เป็นหัวหน้าตระกูลตัวน้อยที่เกือบจะทำร้ายให้เจ้าตายไปผู้นั้นน่ะหรือ แต่ว่าคนผู้นี้นั้นไม่ใช่นาง”
นางมองที่ภาพนั้นอย่างพิจารณาแล้วกล่าว “ถึงต่อให้หน้าตาคล้ายกัน แต่ฐานันดรของทั้งสองก็ต่างกันราวเมฆกับโคลน ผู้หนึ่งอยู่บนดินส่วนอีกผู้นั้นอยู่บนฟ้ามิอาจเอื้อม!”
ไป๋เหยียนเอ๋อร