ะไรขึ้น? ทำไมคนหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้าถึงหุนหันพลันแล่นกันนัก?” ไป๋อู๋ห่ายขมวดคิ้วกล่าว
“ท่านพ่อ!” ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าวอย่างน่าสงสาร
“ฮือ ฮือ ฮือ! ข้าไม่รู้ว่าข้าทำอะไรผิด? นายน้อยอวิ๋นซิวถึงทำกับข้าเช่นนี้”
นางใช้เสียงร้องไห้เล่าเรื่องราวให้ฟัง แต่ท่าทางเช่นนี้ในตอนนี้ กลับไม่สามารถทำให้ผู้คนเห็นอกเห็นใจนางได้เลย
แต่กับพ่อของนาง นางเป็นที่รักและน่าทะนุถนอม
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีความผิด อย่าเพิ่งใช้อารมณ์เลย มู่หรงเฉียนเยี่ยลงมืออย่างโหดเหี้ยม ไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปในตำหนักตงจี๋ คะแนนของเจ้าถูกยกเลิกทันที!”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ท่านเจ้าตำหนักเข้าข้างไป๋เหยียนเอ๋อร์หรือ?”
“ข้าตัดสินอย่างยุติธรรมมาโดยตลอด นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด อย่างไรเสียข่งชัวก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่มู่หรงเฉียนเยี่ยกลับไม่เป็นอะไรเลย แต่หากอวิ๋นซิวอยากพบเพื่อนของตน ก็สามารถเชิญเขามาเป็นแขกในตำหนักตงจี๋ได้”
“เจ้าเด็กนี่กำเริบเสิบสานเช่นนี้ หากไม่เข้าใจกฎ การไม่เข้าไปในตำหนักตงจี๋ก็เป็นสิ่งสมควรแล้ว” ไป๋อู๋ห่ายมองไปที่มู่เฉียนซี
ในตำหนักตงจี๋ ผู้ที่ตัดสินใจได้ก็คือไป๋อู๋ห่ายเจ้าตำหนักผู้นี้ เขาได้จัดการเรื่องนี้ือย่างเด็ดขาดแล้ว
เฟิงอวิ๋นซิวอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่มู่เฉียนซีกลับดึงเขาไว้แล้วกล่าวว่า “วุ่นวายมามากข้าเองก็เหนื่อยแล้ว อย่าไปสนใจพวกเขาเลย!”
อย่างไรเสียการเข้าสู่ตำหนักตงจี๋ก็มิได้สำคัญ
มู่เฉียนซี