เมื่อเห็นรอยยิ้มตรงหน้า ชิงอิ่งก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขากล่าว “ข้าหลงทางไป”
“ข้าไม่ได้อยู่ข้างกายเฉียน!” เดิมทีเขานั้นไม่ค่อยจะมีความผันแปรทางด้านอารมณ์ความรู้สึกมากมายเท่าใดนัก แต่เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ของมู่เฉียนซีก็กลับรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง
มู่เฉียนซีกล่าว “นี่มิใช่ว่าเจ้าได้มาแล้วหรือ? ถ้าหากมิใช่เพราะเจ้าเกรงว่าข้าก็คงจะออกไปได้ยากนัก เจ้านั้นช่วยข้าเอาไว้ได้มากทีเดียว”
“เฉียนซีต้องการจะออกไปหรือ?” ชิงอิ่งกล่าวขึ้น
มู่เฉียนซีกล่าว “ที่แห่งนี้เป็นที่ที่เจ้าเฒ่านั่นใช้ตกปลา ตอนนี้เจ้าเฒ่านั่นก็ได้ตายไปแล้ว แน่นอนว่าพวกเราจะต้องรีบออกไปในทันที การทดสอบคงใกล้จะจบแล้วกระมัง?”
เสี่ยวหงกล่าว “นายท่าน คำพูดนี้ท่านกล่าวผิดไปเสียแล้ว ที่แห่งนี้นั้นมีศิลาวิญญาณเพลิงเป็นจำนวนอย่างมหาศาล”
“เจ้าสัมผัสได้แล้ว?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“แน่นอน!”
“เช่นนั้นแล้วจะรอช้าอยู่ทำไม? ไปกันเถอะ! เจ้าเฒ่านั่นทำให้ข้าตกอยู่ในอันตรายนับครั้งไม่ถ้วน ข้าจะต้องกวาดทั้งเมืองเพลิงศักดิ์สิทธิ์นี้ให้สะอาดเกลี้ยงเกลาถึงจะถูก!”
เสี่ยวหงกล่าวอย่างเห็นด้วยยิ่งนัก “แน่นอนว่าจะต้องกวาดไปให้หมด!”
เมืองเพลิงศักดิ์สิทธิ์มีคลังสมบัติอยู่มากมาย ถึงแม้ว่าประตูใหญ่จะปิดเอาไว้สนิทแต่ขอแค่เพียงชิงอิ่งได้ลงมือ ประตูใหญ่นี้ก็พร้อมที่จะแตกสลายได้ราวกับก้อนเต้าหู้
บึ้ม!
ประตูบานนั้นได้ถูกเปิดออก ที่ด้านในห้องแห่งนั้นมีศิลาวิญญา