ุกคนต่างเกิดความโกลาหลขึ้น “ไม่ผ่าน? เป็นไปได้อย่างไร? เห็น ๆ กันอยู่ว่ามู่หรงเฉียนเยี่ยหาศิลาวิญญาณเพลิงได้ตั้งมากมายเช่นนี้”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “พวกเราผู้คุมสอบได้พบสมบัติล้ำค่าของพลังธาตุไฟและศิลาวิญญาณเพลิงจำนวนมากในโบราณสถานแห่งเพลิง แต่ปรากฏว่ามู่หรงเฉียนเยี่ยเล่นสกปรกลดพลังความสามารถของพวกเรา จากนั้นก็ลงมือฆ่าพวกเรา”
“นอกจากข้ากับข่งชัวแล้ว คนอื่น ๆ ล้วนถูกเจ้าบ้านี่ฆ่าไปเสีย ถึงแม้ว่าข่งชัวเขา…เขา…”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ไป๋เหยียนเอ๋อร์ก็สะอึกสะอื้นขึ้นมา ดวงตาคู่นั้นที่เหมือนดั่งน้ำในฤดูใบไม้ร่วงก็ได้มีน้ำตาคลอขึ้นมา
ธิดาศักดิ์สิทธิ์กล่าวเช่นนี้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก ทำให้คนอื่น ๆ เห็นแล้วรู้สึกปวดใจจนแทบทนไม่ไหว
พวกเขาอยากจะดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดแล้วปลอบประโลมเสียให้ดี
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “ท่านข่งชัวก็โดนกระบี่ของเขาเข้าไปกระบี่นึง ใบหน้าและดวงตานั้นได้เสียไปแล้ว ได้รับบาดเจ็บหนักยิ่งนัก แม้แต่หัวหน้านักปรุงยาก็ยังไร้หนทาง”
“และทั้งหมดนี้ก็ล้วนแต่เกิดขึ้นเพราะเขา” นิ้วอันเรียวยาวของไป๋เหยียนเอ๋อร์ได้ชี้ไปยังมู่เฉียนซี
ร่างกายของนางสั่นสะท้านเล็กน้อย ราวกับว่าจะอ่อนแอล้มลงไปด้วยความเสียใจเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
.
.