กายของมู่เฉียนซีก็กลับมาเป็นปกติ
นางมองดูทะเลสาบวิญญาณน้ำแข็งตรงหน้า และดวงตาของนางก็เปล่งประกายขึ้น
“อาถิง เจ้าจำเรื่องที่เจ้าเคยรับปากข้าเอาไว้ได้หรือไม่?”
“หญิงอัปลักษณ์เช่นเจ้าละโมบโลภมากไม่รู้จักพอ ใจดำ ให้ข้ารับปากช่วยเจ้าหลายต่อหลายเรื่อง ไหนเจ้าพูดมาซิว่ามันคือเรื่องใด?”
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้ารับปากข้าว่า หากเจ้าเลื่อนขั้นเปิดศาลาชั้นที่สองได้ เจ้าจะแบ่งที่ให้ข้าส่วนหนึ่งเอาไว้เป็นสวนสมุนไพร เจ้าคงไม่ลืมหรอกกระมัง!”
“ทะเลสาบวิญญาณน้ำแข็งของข้าหนาวเหน็บถึงเพียงนี้ เจ้าก็รู้ดี เจ้าไม่กลัวว่าสมุนไพรวิญญาณอันล้ำค่าของเจ้าจะแข็งตายหรืออย่างไร?”
“ก็เพราะมันเป็นเช่นนี้น่ะสิ หากเป็นสมุนไพรประเภทเย็น ที่แห่งนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว ถึงอย่างไรข้าก็อยากจะได้ที่ทางสักหน่อย”
“ข้าไม่ให้! ทะเลสาบวิญญาณน้ำแข็งของข้างดงามถึงเพียงนี้ ข้าไม่อยากให้มีหญ้าวัชพืชมางอกเงย” อาถิงแสดงท่าทางไม่ยินยอม
มู่เฉียนซีเข้าไปใกล้อาถิง ยกมือขึ้นหยิกแก้มที่ขาวราวกับหยกของเขาและกล่าวอย่างอันตรายว่า “อาถิง เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ให้?”
อาถิงพยายามหลีกเลี่ยง “เจ้าอย่าได้ลงไม้ลงมือกับข้าเชียวล่ะ ข้าไม่มีทางรับปากแน่นอน”
มู่เฉียนซีเข้ามาใกล้ชิดเขาอีกครั้ง “ศาลานี้ก็ไม่ได้ใหญ่อะไร อาถิง เจ้าจะหนีไปที่ไหนได้ล่ะ เว้นเสียแต่เจ้าจะกระโดดหนีลงไปในทะเลสาบวิญญาณน้ำแข็ง”
“เจ้าอย่าได้ทำร้ายกันเกินไปนะ” อาถิงมองหญิงสาวผู้น่ากลัวที่กำลั