ตั้งแต่ในตอนแรกที่พบพวกเขา มู่เฉียนซีก็ได้โยนอู๋ตี้เข้าไปในมิติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าไป๋เหยียนเออร์ไม่สามารถที่จะรู้ถึงตัวตนของมู่เฉียนซีได้
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “บังเอิญยิ่งนัก ที่แห่งนี้อันตรายอย่างที่สุด ถ้าหากพวกเรามาไม่ทันเวลา คุณชายมู่หรงก็อันตรายเสียแล้ว”
“ที่แห่งนี้มันมีอะไรกันแน่? ธิดาศักดิ์สิทธิ์ถึงได้บอกว่าอันตราย?” มู่เฉียนซีถามขึ้น
ข่งชัวกล่าว “เจ้าหนู เจ้าถามมากเกินไปแล้ว เจ้าจงรีบไปหาศิลาวิญญาณเพลิงให้พบแล้วเข้าร่วมการทดสอบเถอะ! ตรงนี้ไม่มีที่ให้เจ้าเข้ามายุ่งย่าม”
“ข้ามาที่นี่มันผิดกฏของการทดสอบรึไง?”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “นั่นก็มิใช่หรอก คุณชายมู่หรงสามารถที่จะหาที่แห่งนี้เจอได้ก็นับว่าเป็นบุญของคุณชายแล้ว มิเช่นนั้นคุณชายมู่หรงเข้าไปกับพวกเราเป็นเช่นไร?”
ข่งชัวกล่าวอย่างไม่พอใจ “ธิดาศักดิ์สิทธิ์ จะให้เจ้าเด็กนี่เข้าไปจริง ๆ หรือ? นั่นไม่ค่อยจะเหมาะสมกระมัง!”
เหยียนเอ๋อร์กล่าว “ไม่เป็นไร! ที่นี่มีศิลาวิญญาณเพลิงอยู่ไม่น้อย หากว่าคุณชายมู่หรงสามารถเอาไปได้ละก็ บางทีก็อาจจะได้มาซึ่งคะแนนที่ดี”
ด้วยเมตตาใจดีของไป๋เหยียนเอ๋อร์ มู่เฉียนซีจึงได้เข้าไปในป้อมปราการนี้กับพวกเขา
เมื่อพวกเขาก้าวเข้าไปในป้อมปราการแห่งนี้ เสียงอันแหบแห้งเสียงหนึ่งก็ลอยมา
“หึหึหึ! หลายปีมานี้ ในที่สุดก็มีคนเข้ามาในเมืองเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ขอแค่เพียงพวกเจ้าหาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ในเมืองเพลิงศั