นจึงทำให้เสี่ยวหงมีความไม่พอใจเป็นอย่างมาก
จากนั้นมู่เฉียนซีก็ได้อุ้มเจ้าหมูน้อยสีแดงตัวนี้แล้วเริ่มเก็บกวาดไปทั้วทั้งโบราณสถานแห่งเพลิงนี้ และแน่นอนว่าก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง ในที่สุดนางก็ได้พบกับกลุ่มคนที่มีตาแต่หามีแววไม่เข้าอีกแล้ว
พวกเขามีจำนวนไม่น้อยและได้ให้ผู้บำเพ็ญภูตธาตุไฟผู้หนึ่งเป็นศูนย์กลาง
“นั่นไม่ใช่มู่หรงเฉียนเยี่ยหรอกหรือ?”
“มู่หรงเฉียนเยี่ยที่ได้รับการยกเว้นในการทดสอบสองครั้งแรกไป”
“……”
“พวกข้าอยากจะเห็นนักว่าเจ้ามีดีอะไรกัน?”
เพราะว่าการชักจูงให้เริ่มเกิดความเกลียดชังครั้งหนึ่งของไป๋เหยียนเอ๋อร์ เมื่อคนเหล่านี้ได้พบมู่เฉียนซีเข้าก็ขบฟันกัดกรามราวกับว่ามู่เฉียนซีนั้นได้ไปแหย่ภรรยาของพวกเขามาก็มิปาน
ดังนั้นแล้วมู่เฉียนซีในตอนนี้จึงได้ถูกล้อมเอาไว้
“พี่หง พวกเราควรจะจัดการกับเจ้าหนูนี่อย่างไรดี?”
ผู้บำเพ็ญภูตธาตุไฟที่พวกเขายกย่องนั้นเป็นบุรุษขนแดงผู้หนึ่ง เขามองไปทางมู่เฉียนซีอย่างชั่วร้ายแล้วกล่าว “เพราะเจ้าเด็กนี่ ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์เลยต้องมาเข้าร่วมการทดสอบนี้ด้วยตนเอง ข้าจะทำให้มันพิการเสีย”
ไม่ต้องคาดเดาก็รู้ว่าเจ้าหมอนี่ต้องเป็นผู้ที่เคารพเชิดชูไป๋เหยียนเอ๋อร์อย่างบ้าคลั่งอย่างแน่นอน
“หากพี่หงลงมือจะต้องทำให้เจ้าเด็กนี่พิการไปในกระบวนท่าเดียวเป็นแน่”
“นั่นยังต้องสงสัยอีกหรือ?”
“……”
มู่เฉียนซียิ้มตาหยีแล้วกล่าว “เจ้าหนูขนแดง ข้าขอแนะนำเจ้าอย่างหนึ่งว่า ให้พวกเจ้า