อยู่
ภายในก้อนศิลานั้นมีเปลวไฟอันเจิดจรัสลุกโชนอยู่ ช่างเป็นเปลวไฟที่ร้อนแรงและสวยงามยิ่งนัก!
เสี่ยวหงอดใจรอไม่ไหวกระโดดออกไปจากอ้อมแขนของมู่เฉียนซี จากนั้นก็กอดศิลาวิญญาณเพลิงก้อนนั้นและกลืนกินเข้าไป
พลังวิญญาณธาตุอัคคีอันบริสุทธิ์ได้ชโลมชุ่มชื้นไปทั่วทั้งร่างกาย เสี่ยวหงรู้สึกสดชื่นมาก
มันกล่าวออกมาอย่างสุขใจว่า “สบายยิ่งนัก สบายจริง ๆ เลย!”
เมื่อมองไปที่ศิลาวิญญาณเพลิงที่ถูกกัดแทะนั้น มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นอย่างเศร้าใจว่า “เสี่ยวหง นี่เป็นของที่เจ้านายของเจ้าจะเอาไปเข้าร่วมทดสอบนะ นึกไม่ถึงว่าเจ้า…เจ้าจะกัดกินมันไปเช่นนี้…”
ค่อก ค่อก ค่อก! ถูกมู่เฉียนซีขู่ขวัญเช่นนี้แล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าเสี่ยวหงจะกลืนศิลาวิญญาณเพลิงนี้ลงไปทั้งก้อน
จากนั้นมันก็ทำท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูอย่างไร้เดียงสามองไปที่มู่เฉียนซีและกล่าวว่า “นายท่าน ขะ ข้า ข้าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ข้าไม่ทันระวังก็กลืนมันลงไปทั้งก้อนแล้ว”
มู่เฉียนซีจับมันเอาไว้ในมือ และกล่าวว่า “เสี่ยวหง ในเมื่อเจ้ารับรู้ได้ถึงศิลาวิญญาณเพลิง เช่นนั้นต่อไปเจ้าก็ไปหาศิลาวิญญาณเพลิงเสีย หากการทดสอบยังไม่จบเจ้าห้ามกินเด็ดขาด รอให้การทดสอบของข้าสิ้นสุดลงก่อน เจ้าอยากจะกินเท่าไหร่ข้าก็จะให้เจ้ากิน”
“ทำได้เพียงแค่มอง แต่กินไม่ได้ ช่างเจ็บปวดใจเหลือเกิน!” เสี่ยวหงบ่นพึมพำด้วยความเศร้าใจ
ทว่า มีเสี่ยวหงคอยช่วยเหลือเช่นนี้ มู่เฉียนซีก็ได้รับมาไม่น้อยเลย
“นาย