่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “อ๋อ!”
“การทดสอบด่านที่สามจะทำการทดสอบภายในโบราณสถานแห่งเพลิง ผู้ใดสามารถหาศิลาวิญญาณเพลิงมาได้มากที่สุด ก็จะถูกจัดอันดับตามจำนวนศิลาวิญญาณเพลิงที่ได้มา ผู้ที่เข้ารอบสิบอันดับแรกจะได้เข้าตำหนักตงจี๋ และได้เป็นศิษย์ของข้า”
“ศิลาวิญญาณเพลิงเป็นศิลาวิญญาณชนิดพิเศษของโบราณสถานแห่งเพลิง มันสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับจอมภูตพลังธาตุอัคคีได้ เพียงแต่ว่าคุณชายมู่หรงไม่ใช่จอมภูตพลังธาตุอัคคี จึงไม่สามารถใช้ศิลาวิญญาณเพลิงนี้ได้”
มู่เฉียนซียังคงตอบอย่างง่ายดายว่า “อืม!”
ชายหนุ่มผู้รูปงามตรงหน้าผู้นี้ดูเหมือนกับว่าไม่ได้เห็นนางอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย สำหรับสถานะตัวตนของนาง และพลังความแข็งแกร่งของนาง เขาไม่ได้แสดงท่าทีอิจฉาริษยาแต่อย่างใดเลย
ณ ประตูทางเข้าโบราณสถานแห่งเพลิงในตอนนี้มีผู้คนนับพันคนได้มารวมตัวกันแล้ว
นี่คือคนที่ผ่านการทดสอบมาในแต่ละด่านแล้ว ผู้คนที่มาเข้าร่วมการทดสอบทั้งหมดมีนับหมื่นคน อย่างไรเสียตำหนักตงจี๋ก็เป็นถึงกองกำลังระดับสามกองกำลังหนึ่ง
“พวกเรารอกันมาตั้งนานแล้ว เหตุใดธิดาศักดิ์สิทธิ์ถึงยังไม่มาพาพวกเราไปโบราณสถานแห่งเพลิงสักทีล่ะ”
“ข้าได้ยินมาว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์ไปรับคนคนหนึ่งให้มาเข้าร่วมการทดสอบในโบราณสถานแห่งเพลิงนี้”
“ตกลงแล้วเป็นผู้ใดกันแน่ถึงได้ใหญ่โตถึงเพียงนี้ ต้องให้ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้สูงศักดิ์ไปรับถึงที่?”