้นเหรอ”
“เหมือนว่าจะใช่นะ! ตอนที่ข้าเข้าทดสอบสองด่านแรกข้าก็ไม่เห็นเจ้าหนุ่มผู้นี้”
“ก็แค่ประจบประแจงเลียแข้งเลียขานายน้อยอวิ๋นซิวก็ได้แล้วนี่ แล้วค่อยเข้าทดสอบด่านที่สามทีเดียว แต่จะว่าไป มันไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่เข้าทดสอบในสองด่านแรกเลยนะ!”
ไป๋เหยีนเอ๋อร์กล่าว “ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบด้วย ข้าเชื่อในสายตาของนายน้อยอวิ๋นซิว ผู้ที่สามารถเป็นสหายของนายน้อยอวิ๋นซิวได้เช่นนี้ ความสามารถของมู่หรงเฉียนเยี่ยต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ ทุกคนอย่าได้สงสัยเลย”
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ดูผอมแห้งแรงน้อย พรสวรรค์จะดีสักแค่ไหนกันเชียว?”
“ข้าดู ๆ แล้วก็งั้น ๆ!”
“……”
มู่เฉียนซีเหลือบมองพวกเขาและกล่าวว่า “การทดสอบด่านที่สามกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วใช่หรือไม่! เปิดโบราณสถานแห่งเพลิงให้พวกข้าเข้าไปเถอะ!”
“ตอนนี้พวกเจ้าสามารถสงสัยข้าได้ และสามารถสงสัยในสายตาของอวิ๋นซิวได้ แต่เมื่อใดที่ผลลัพธ์ออกมาแล้ว ข้ารับประกันได้ว่าพวกเจ้าทุกคนจะต้องหุบปาก!”
พวกเขามองไปที่ชายหนุ่มชุดขาวที่เย่อหยิ่งและจองหองผู้นั้นพร้อมกับพึมพำว่า “เจ้าหมอนี่หยิ่งยโสโอหังเกินไปแล้ว!”
“เหอะ เหอะ! จะทำให้พวกเราหุบปากอย่างนั้นเหรอ นอกจากเขาจะได้อันดับหนึ่งในด่านที่สามนี้ได้”
“ใช่! เจ้าหนู หากเจ้าไม่ได้อันดับหนึ่ง พวกข้าไม่ยอมรับเจ้าแน่”