งอวิ๋นซิวยิ่งดูเย็นชามากขึ้นเรื่อย ๆ
ปัง!
“นายน้อย!” เฟิงอวิ๋นซิวถูกล้อม จึงทำให้ซวนอีและคนอื่น ๆ เป็นกังวล
ผู้อาวุโสที่สี่กล่าว “นายน้อยอวิ๋นซิว เจ้าอย่าได้คาดหวังให้คนของเจ้ามาช่วยเจ้าเลย พวกมันล้วนถูกสกัดไว้หมดแล้ว ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษที่ตัวเจ้าเอง พอได้ยินข่าวเกี่ยวกับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ก็รีบวิ่งแจ้นไปยังเมืองโอสถอย่างไม่ทันตั้งตัว ”
เฟิงอวิ๋นซิวไม่มีจุดอ่อน และเป็นคนที่ฉลาดมาก จะมีก็เพียงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ที่เขาต้องการเป็นพิเศษเท่านั้น ที่จะทำให้เขาขาดสติได้
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสที่สี่ มู่เฉียนซีถึงได้เข้าใจว่าเหตุใดเฟิงอวิ๋นซิวทั้งที่รู้ว่าตนเองตกอยู่ในวงล้อมศัตรู แต่ก็ยังให้คนวิ่งมั่วไปทั่วจนข้างกายไม่มียอดฝีมือขั้นสูงสุดสักคน
กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์…เขาต้องการกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์นี่เอง
และไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อคนอื่น!
“พรูด!” ใบมีดโลหะถูกกรีดลงบนร่างของเฟิงอวิ๋นซิว
ซวนอีและคนอื่น ๆ เห็นเขาได้รับบาดเจ็บก็กระวนกระวายใจยิ่งนัก
“นายน้อย พวกเราจะขวางพวกเขาไว้ ท่านรีบออกไปเร็วเข้า!”
ดวงตาของซวนอีแดงก่ำ ราวกับว่าเขาตัดสินใจที่จะเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อคุ้มกันเฟิงอวิ๋นซิวให้ออกไปได้
ปัง ปัง ปัง! ซวนอีพุ่งเข้าไปโดยไม่สนใจสิ่งใด แต่กลับถูกผู้อาวุโสที่สี่ตบกระเด็นออกไปด้วยฝ่ามือเดียว
“วันนี้ เฟิงอวิ๋นซิวต้องตาย ใครก็อย่าได้คิดว่าจะมาขวางข้าได้!”
ในข