เถอะ!” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว
“ขอรับ!”
เขามองมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “เฉียนเยี่ย เรื่องที่ข้ารับปากไว้ ข้าไม่ผิดคำพูดแน่นอน”
มู่เฉียนซีกล่าว “นี่เป็นอาวุธวิญญาณขั้นสวรรค์ ช่างมันเถอะ! ข้าเองก็ไม่ได้ขาดแคลนเงิน เมื่อถึงตอนนั้น หากข้าชื่นชอบสิ่งใดข้าจ่ายเอง”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ก็แค่อาวุธวิญญาณขั้นสวรรค์เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น”
ซวนอีกล่าว “ใช่! พวกข้าไม่ได้ขาดแคลนอาวุธวิญญาณขั้นสวรรค์สักหน่อย ข้าไม่ยอมให้ถูกเจ้าหนุ่มอย่างเจ้ามาดูถูกว่าพวกเราอับจนหรอกนะ”
ทันทีที่อาวุธวิญญาณเหล่านี้ถูกส่งไปยังโรงประมูลราชสำนัก เงินทุนของพวกเขาก็เพียงพอแล้ว
เมื่อยามรัตติกาลมาเยือน มู่เฉียนซี เฟิงอวิ๋นซิวและพวกก็มุ่งหน้าไปยังโรงประมูลราชสำนักพร้อมกัน และเจ้าของโรงประมูลราชสำนักก็มารอต้อนรับที่หน้าประตูแล้ว
เมื่อเขาเห็นบุรุษที่ดูสูงศักดิ์งดงามอย่างสมบูรณ์แบบผู้นั้นเดินมาก็ยิ้มแย้มต้อนรับทันที “นายน้อยอวิ๋นซิว ท่านมาแล้ว เชิญด้านในขอรับ เชิญด้านใน!”
โรงประมูลราชสำนักแห่งนี้มีทั้งหมดเจ็ดชั้น และสถานะของเฟิงอวิ๋นซิวก็สามารถนั่งอยู่ในห้องส่วนตัวชั้นเจ็ดได้
มู่เฉียนซีมองเฟิงอวิ๋นซิวพลางกล่าวถามว่า “ซิวอวิ๋น หากข้าชื่นชอบสิ่งใด เจ้าจะยอมให้ข้าประมูลตามที่เจ้ารับปากเอาไว้ใช่หรือไม่?”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “แน่นอนอยู่แล้ว ข้าเป็นคนรักษาสัจจะมาโดยตลอด”
“แล้วหากว่าข้าชื่นชอบของที่เหมือนกันกับเจ้าล่ะ เจ้าคิดจะทำเช่นไร?”
มู่เฉีย