มู่เฉียนซีกล่าว “พลังความแข็งแกร่งของข้าไม่พอ หัวหน้าตำหนักเซียวจะยอมบอกข้าได้อย่างไรเล่า หรือเจ้าจะให้ข้าเอากระบี่จี้คอเขาแล้วถามอย่างนั้นเหรอ?”
“กว่าจะได้เบาะแสมามันไม่ง่ายเลย นายท่านคิดจะวางมือหรือขอรับ?”
“รอให้พลังของข้าเพิ่มขึ้นกว่านี้อีกสักเล็กน้อย และค่อยไปขอคำชี้แนะใหม่”
เย่เฉินกล่าวถาม “นายท่านไม่ได้จะไปฝึกฝนประสบการณ์จริง ๆ ใช่ไหมขอรับ!”
“นี่เจ้าคิดว่าข้าพูดเล่นอย่างนั้นเหรอ?”
“แต่ว่า…” ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของตำหนักตงจี๋ช่างน่ากลัวยิ่งกว่ากระไร
“ข้ามีวิธีของข้า”
นายท่านตัดสินใจดีแล้วว่าจะไปฝึกฝนประสบการณ์ เย่เฉินเกิดความรู้สึกขึ้นมากมาย นี่นางกำลังจะเป็นเจ้านายที่ทิ้งภาระหน้าที่อย่างสมบูรณ์อย่างนั้นเหรอ
ไม่ว่าเย่เฉินจะโศกเศร้าเสียใจมากเพียงใด มู่เฉียนซีก็ตัดสินใจที่จะจากไปอยู่ดี
มู่เฉียนซีโคจรพลังวิญญาณขึ้นและถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในสร้อยข้อมือวารีลวงตา ในหัวของนางก็ปรากฏรูปลักษณ์ของชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งขึ้น
มู่เฉียนซีส่องกระจกมองดูตัวเอง ภายในกระจกปรากฏรูปร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งขึ้นมาจริง ๆ
ดงตาของนางเปล่งประกายในทันที ทำสำเร็จแล้ว
สร้อยข้อมือวารีลวงตาที่จิ่วเยี่ยให้มานั้นมันมีประโยชน์ไม่น้อยเลย
เย่เฉินมองดูชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องตำราก็ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “เจ้าเป็นใคร?”
มู่เฉียนซียิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พลางกล่าวว่า “เย่เฉิน นี่แม้แต่เจ้านายของตัวเองเจ้าก็ไม่รู้จัก เสียแรงเปล่าที