“ค่อก ค่อก ค่อก! ทำบะหมี่ฉางโซ่ว” เมื่อได้ยินเรื่องราวที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้มู่เฉียนซีก็ตกใจขึ้น
จื่อโยวบัดซบยิ่งนัก! หากเป็นความคิดอื่นก็ว่าไปอย่าง นึกไม่ถึงว่าจะเสนอความคิดนี้ให้เขา
ตกลงเขาไม่รู้เลยหรืออย่างไรว่าเจ้านายของตัวเองไม่ได้เป็นเพียงแค่ราชาแห่งคุกโลหิต แต่ยังเป็นราชาแห่งอาหารดำไหม้อีกด้วย
มู่เฉียนซีโทษจื่อโยวโดยความเข้าใจผิดแล้ว จื่อโยวไม่รู้จริง ๆ ว่าเจ้านายของตนเองนั้นจะโหดร้ายมากเพียงนี้!
ก็แค่การต้มบะหมี่ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยต้มมาก่อน แต่ก็น่าจะไม่ได้ยาก และไม่สามารถหยุดฝ่าบาทผู้ที่ฉลาดหลักแหลมของพวกเขาได้แน่นอน
ที่เขาออกความคิดเห็นเช่นนี้ก็แค่อยากเห็นเจ้านายของตัวเองได้สัมผัสกับอาหารในโลกมนุษย์ก็เท่านั้น แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเจ้านายของเขานั้นเคยสัมผัสมันมาแล้ว ส่วนผลลัพธ์นั้น…
มู่เฉียนซีกล่าว “ไม่ต้องทำก็ได้บะหมี่ฉางโซ่วน่ะ เมื่อก่อนตอนที่ข้าฉลองวันเกิดข้ากินอาหารชนิดอื่น”
จิ่วเยี่ยกล่าวถาม “กินอันใด?”
“เค้ก!”
“เค้ก!” จิ่วเยี่ยไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
ถึงแม้ว่าจะไม่มีวัตถุดิบเหมือนยุคสมัยใหม่ แต่ก็มีหลาย ๆ อย่างที่สามารถแทนได้
เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้จิ่วเยี่ยทำบะหมี่ฉางโซ่ว และไม่อยากทำให้เขาเสียน้ำใจ มู่เฉียนซีจึงลองทำเค้กในยุคสมัยนี้
งานเฉลิมฉลองได้มาถึงช่วงสิ้นสุดแล้ว หลังจากที่มู่เฉียนซีมอบยาลูกกลอนสร่างเมาให้กับเย่เฉินแล้ว นางก็เริ่มใช้เขาเยี่ยงทาส ให้เขาไปเ