้งคำสาป และยังมีพลังของแหวนหยกเย็นศักดิ์สิทธิ์คอยยับยั้งอีกชั้น ชั่วครู่หนึ่งจิ่วเยี่ยก็ยับยั้งพลังคำสาปทั้งหมดเอาไว้ได้
ไม่นานนัก ร่างของจิ่วเยี่ยก็เคลื่อนไหวขึ้นและเป็นฝ่ายจูบมู่เฉียนซีเอง
มู่เฉียนซีรู้สึกได้ถึงพลังที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อครู่จิ่วเยี่ยได้จูบลิ้มรสริมฝีปากนางไปครั้งหนึ่ง จากนั้นมู่เฉียนซีก็ออกแรงผลักเขาออก
“องค์ชายจิ่วเยี่ย นี่เจ้าจะผิดคำพูดไม่ได้นะ”
“ฟ้าสางแล้ว” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
สีหน้าของมู่เฉียนซีดำคล้ำขึ้นด้วยความโกรธ หลังจากที่ดูดอกไม้ไฟเสร็จ ดูสีสันอันวิจิตรตระการตาเสร็จฟ้าก็สางแล้ว
นะ นาง…นางเพิ่งจะแก้แค้นได้ไม่นานเลยนะ!
“ต่อให้ฟ้าสาง แต่วันเกิดข้ายังฉลองไม่จบ เจ้า! เจ้าต้องรักษาคำพูด”
“ความหมายของข้าก็คือ กลางคืนข้าเป็นของเจ้า ส่วนกลางวัน เจ้าเป็นของข้า…”
นางไม่รู้ว่าในตอนที่นางได้ลงมือกับเขานั้นมันช่างมีเสน่ห์และน่าหลงใหลเพียงใด จิ่วเยี่ยจะทนได้เช่นไรกันเล่า
“เจ้าคนหลอกลวง ข้าจะฆ่าเจ้า!”
มู่เฉียนซีตะโกนเสียงดังลั่น
แต่สุดท้ายเขาก็เอาเปรียบนางได้อย่างสาแก่ใจ!
ต่อให้นางเป็นเจ้าของวันเกิด แต่จิ่วเยี่ยผู้ใจดำผู้นี้ก็ยังคงไม่ยอมให้นางเอาเปรียบเขาได้
“วันนี้เป็นวันที่ซีอายุครบสิบเจ็ดปี ซีต้องอยู่กับข้า…ทั้งวัน”
“ไสหัวไป! นี่ยังมืดอยู่!” มู่เฉียนซีกล่าวพลางถีบเขาอย่างไม่เกรงใจ
“ฟ้ามืด เจ้าต้องเป็นของข้า และจะต้องเชื่อฟังข้า หากไม่เชื่อฟั