“ค่ายกล!” เมื่อได้ยินสองคำนี้ สีหน้าของชายชราสองคนนั้นก็ซีดเผือดลง
“แต่ว่า…”
เฮยเฉียกล่าว “ไม่มีอันใดต้องแต่ ต่อให้พวกเจ้าตาย ลากเขาให้ตายไปด้วยก็นับว่าพวกเจ้าได้ทำความดีความชอบใหญ่อันหลวงแล้ว แล้วข้าจะไม่ปฏิบัติต่อคนรุ่นหลังของเจ้าอย่างเลวร้าย”
“ไม่! ไม่!” จู่ ๆ เจ้าสำนักขวางโซ่วที่เดิมทีก็มีอยู่ชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่นานก็ตะโกนขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว
ชายชราสองคนนั้นตกตะลึงไปชั่วขณะ ตอนนี้ก็คงต้องทำเช่นนี้แล้ว
ร่างสองร่างพรวดออกไป มู่เฉียนซีกล่าว “อู๋ตี้ เสี่ยวหง ขวางพวกมันเอาไว้ เร็วเข้า!”
มู่เฉียนซีไม่รู้ว่าค่ายกลที่พวกเขาว่านั้นเป็นสิ่งใด แต่ต้องส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การต่อสู้ในตอนนี้มากเป็นแน่
อู๋ตี้กับเสี่ยวหงไปขวางชายชราสองคนนั้นไม่ทัน มู่เฉียนซีก็ถูกแมงป่องพัวพันจนไม่มีเวลาแบ่งความสนใจไป
ตูม! เสียงดังสนั่นขึ้น และประตูใหญ่ของตำหนักใต้ดินนี้ก็ถูกปิดลง
“ท่านผู้นำตระกูล!”
มู่อีและพวกที่เฝ้าอยู่ด้านนอกในตอนนี้มีสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เขาอยากจะขัดคำสั่งของท่านผู้นำตระกูลและพังประตูบานนี้เข้าไปจริง ๆ
มู่ซานกดไหล่ของเขาเอาไว้และกล่าวว่า “พี่ใหญ่ ท่านต้องเชื่อในตัวของท่านผู้นำตระกูล หากท่านขัดคำสั่งท่านผู้นำตระกูล เมื่อถึงตอนนั้นท่านผู้นำลงโทษขึ้นมา อย่าหาว่าข้าใจร้ายไม่เก็บศพท่าน”
เมื่อพวกเขานึกถึงอุบายของท่านผู้นำตระกูลก็อดหวาดกลัวจนตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้
“พวกเราต้องเชื่อในตัวท่านผู