้อจันทราสีเงินสองวงฟันเข้าบริเวณเอวของชายชราสองคนนั้น
กู้ไป๋อีควบคุมพลังได้อย่างแม่นยำมาก เพียงแค่ทำให้พวกเขาบาดเจ็บสาหัสเท่านั้น ไม่ได้ฟันเอวของพวกเขาจนขาดสะบั้นแต่อย่างใด
พวกเขาทั้งสองล้มลงไปกับพื้นจมไปในกองเลือด
เสี่ยวไป๋จัดการสองคนนี้ได้รวดเร็วยิ่งนัก ทันใดนั้นร่างในชุดม่วงก็กระโจนมา
มู่เฉียนซีวางกระบี่มังกรเพลิงลงบนคอของคนผู้นั้น ก่อนจะกล่าวว่า “บอกมาเถอะ! ตกลงแล้วเป็นกองกำลังใดกันแน่ที่ส่งพวกเจ้ามา?”
อย่างน้อยก็ต้องเป็นกองกำลังระดับสองครึ่ง หรือไม่ก็ระดับสาม หนึ่งในนั้นคงเป็นตำหนักตงจี๋และตำหนักเป่ยหาน
ชายชราชุดดำมองไปที่กู้ไป๋อี และกล่าวว่า “ท่าน ข้าว่าท่านก็คงจะคาดเดาได้แล้ว”
แสงสีเงินสว่างวาบขึ้น ปลายกระบี่แทงทะลุไหล่ของชายชราชุดดำไปคราหนึ่ง
“ตกลงว่าเป็นผู้ใดกันแน่ที่สั่งให้เจ้ามากระทำเรื่องเช่นนี้?” ใบหน้าของกู้ไป๋อีเย็นยะเยือกขึ้น
น้ำเสียงอันแหบแห้งเสียงหนึ่งดังขึ้น “แน่นอนว่านี่เป็นการตัดสินใจของนายท่านตำหนักเหนือ พวกเราทุกคนล้วนแต่จะต้องทำภารกิจใหญ่นี้ของนายท่านให้สำเร็จเพื่อความดีความชอบ แต่ท่านทำเช่นนี้ ไม่กลัวว่าเขาจะโกรธเอาหรือ?”
ชายชราชุดขาวผู้หนึ่งเดินย่างกรายออกมา คนผู้นี้เขารู้จัก!
“เฮยเฉีย!”
เขาคือคนสนิทของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตำหนักเป่ยหาน
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้แข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่เช่นท่าน จะจำผู้น้อยอย่างข้าได้ด้วย”
“เจ้า ฆ่าตัวตายซะเถอะ!” เผชิญหน้ากับชายชรา