เมืองหนานอวี่ในตอนนี้ได้เผชิญกับสถานการณ์ที่ศึกกำลังใกล้เข้ามาทุกที ก่อนหน้านี้ไม่นานพวกเขาได้นำกำลังบุกไปโจมตีเมืองซีเจว๋ จนตอนนี้ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตกลับมาแม้แต่คนเดียว
เผชิญหน้ากับการจัดรูปแบบการสู้รบอันทรงพลังของเมืองซีเจว๋เช่นนี้ ในใจของเจ้าเมืองเมืองหนานอวี่ก็สั่นสะท้านขึ้น
“เมื่อไหร่ท่านเจ้าเมืองจะมานะ”
“ท่านเจ้าเมือง…”
“ขืนท่านเจ้าเมืองยังไม่มา พวกเราต้องตายเป็นแน่”
ยังไม่ทันได้เริ่มศึกรบ ศัตรูก็เริ่มประหม่าขึ้นแล้ว สิ่งนี้เป็นผลดีต่อฝ่ายของพวกเขามาก
ศึกการโจมตีเมืองในครั้งนี้ เย่เฉินเป็นผู้บัญชาการทั้งหมด ส่วนมู่เฉียนซีในตอนนี้นั่งกินผลไม้พลางเฝ้าดูศึกรบอยู่บนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาอย่างสบายใจ
กู้ไป๋อีคอยคุ้มกันอยู่ข้างกายนางอย่างเงียบ ๆ นับตั้งแต่กลับมาจากเทือกเขาหนานอวิ๋น เขาก็กลายเป็นคนที่เงียบและเย็นชามากขึ้น
หากนางไม่รู้ว่าเขาเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตผู้หนึ่ง นางต้องคิดว่าเขาเป็นรูปปั้นหิมะที่สามารถเคลื่อนไหวได้ที่คอยตามติดนางแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวไป๋ การโจมตีเมืองด้านล้าง เจ้ามองเช่นไร?”
กู้ไป๋อีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เมืองหนานอวี่ไม่มีกำลังในการป้องกันใดใด ส่วนทางด้านเมืองเย่เซี่ย ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังคน พลังความแข็งแกร่ง หรือจะเป็นตัวช่วยเสริมของกำลังการต่อสู้ล้วนแต่เหนือกว่าพวกเขาอย่างไม่อาจเทียบได้”
“ฆ่ามัน!” คุณชายใหญ่ที่หนีออกมาจากบ้านนั้นมีความกระตือรือร้นเป็นอ