ไปบ้าง แต่เสียงของนางนั้นอ่อนแรงอย่างยิ่ง
“ซีจะคิดถึงข้าใช่หรือไม่?” ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกนั้นจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี
“คิดถึงเจ้า ความคิดเจ้าช่างสวยงามยิ่งนัก!” นางง่วงมาก ตอนนี้แม้แต่จะพูดก็ไร้เรี่ยวแรงแล้ว ไม่อยากจะสนใจเจ้าหมอนี่จริง ๆ
จะกลับไปก็รีบไสหัวไปได้แล้ว!
ทว่า จิ่วเยี่ยกลับไม่ได้ไสหัวไปอย่างที่มู่เฉียนซีต้องการ อีกทั้งยังจับมือของนางมาบรรจงจูบลงไปเบา ๆ
มู่เฉียนซีตัวแข็งทื่อและตะโกนราวกับใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ว่า “หวงจิ่วเยี่ย เจ้า! หากเจ้ากล้าทำอีกครั้งข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นคนไร้ประโยชน์”
“ซีตื่นเต้นถึงเพียงนี้ แสดงว่าซีจะทนไม่ไหวแล้ว!” เขากล่าวเสียงขรึม
มู่เฉียนซีแทบจะเป็นลมกับคำพูดนี้ของเขา เจ้าหมอนี่จะแปลความหมายของนางผิดไปตลอดเลยหรืออย่างไร
มุมปากของจิ่วเยี่ยยกยิ้มขึ้นและกล่าวว่า “ข้าก็แค่อยากจะมอบของสิ่งหนึ่งให้แก่เจ้า ให้เสร็จก็จะกลับ”
จิ่วเยี่ยหยิบเอาสร้อยข้อมือสีฟ้าเย็นยะเยือกชิ้นหนึ่งออกมา และสวมให้กับมู่เฉียนซี ผลลัพธ์ก็คือ…
เลือดสีแดงสดหยดหนึ่งหยดลงบนสร้อยข้อมือชิ้นนั้น มู่เฉียนซีรับรู้ได้ถึงความเชื่อมโยงกับสร้อยข้อมือชิ้นนี้
ทว่า…
“นี่เป็นเลือดของข้า จะ เจ้า เจ้าเอามาจากที่ใด?”
เมื่อครู่นางไม่ได้กรีดข้อมือตนเองเสียหน่อย
“เมื่อคืนตอนที่ข้ากัดกินซี ข้าได้มีโอกาสเก็บเลือดของซีเอาไว้”
สีหน้าของมู่เฉียนซีดำคล้ำด้วยความโกรธ เมื่อคืนนางสะลึมสะลือไม่รู้เรื่อง