ยวโม่ขยิบตาสองสามคราแล้วกล่าวขึ้น “ด้วยเช่นนี้ก็ได้มาซึ่งหม้อเทพไท่อีแล้ว?”
เย่เฉินกล่าวตอบ “มิเช่นนั้นแล้วเจ้าว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะได้มาเล่า?”
เซียวโม่กล่าว “พี่เย่ ให้ข้าได้ดูหม้อเทพไท่อีหน่อยได้หรือไม่เล่า!”
ทันทีที่สิ้นเสียงเซียวโม่ก็พลันมีเสียงร้องแหลมลอยมา “อย่านะ!”
“นายท่าน อย่าให้คนเช่นนี้มาไร้มารยาทกับข้า! เขาช่างแย่นัก!”
เมื่อได้ยินเสียงนี้เข้า ทุกคนก็ล้วนแต่รู้สึกถึงความวุ่นวายขึ้นมาทันที
เซียวโม่กล่าว “เจ้าเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพจริง ๆ เหรอ? ข้าอ่านหนังสือมาน้อย จงอย่าได้หลอกข้า”
หลังจากได้เห็นความบ้องแบ๊วของหม้อเทพไท่อีแล้ว เซียวโม่ก็มองดูอยู่ถึงสามหนแล้วก็เกิดความมึนงง
มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพในตำนานที่ว่ากันว่าเก่งกาจนัก ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยเหมือนกับในจินตนาการของเขาสักเท่าไร
ด้วยการเพิ่มความเร็วเพื่อรีบเดินทางของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภา มู่เฉียนซีก็ได้มาถึงน่านฟ้าฝั่งตะวันตกของทุ่งรกร้าง
ทันใดนั้นก็มีสายลมพัดผ่านมาช่วงหนึ่ง กลิ่นอายของอากาศที่มันพามาด้วยนั้นทำให้มู่เฉียนซีมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเป็นอย่างมากชนิดหนึ่ง
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “มีกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นนัก”
เซียวโม่กล่าว “ที่แห่งนี้คือทุ่งรกร้าง มีกลิ่นคาวเลือดอย่างเข้มข้นสิถึงจะปกติ”
“แต่มันยังมีกลิ่นอายของพิษอย่างเข้มข้นด้วย”
เย่เฉินกล่าว “สำนักขวางโซ่วถือโอกาสลงมือตอนที่พวกเราไม่อยู่!”
ความเป็นไปได้