หม้อเทพไท่อีนั้นมีชื่อเสียจนมีผู้คนมากมายอยากที่จะได้มัน แต่มันกลับถูกมู่เฉียนซีโยนทิ้งไป ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงทำหนังหน้าหนาแล้วพุ่งไปทางมู่เฉียนซีอยู่ดี
ทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจ พลังความสามารถของเด็กสาวผู้นั้นก็มิได้แข็งแกร่ง เหตุใดหม้อเทพไท่อีถึงยอมรับนางเป็นแม่นมั่นกันเล่า!
คนกลุ่มนี้ล้วนแต่มีความสามารถที่ไม่เลวในการทำเรื่องที่ยากเย็นให้สำเร็จได้อย่างชัดเจน
“ที่ตัวนางจะต้องมีสิ่งของที่ดึงดูดหม้อเทพไท่อีอย่างแน่นอน”
“เมื่อครู่นี้หม้อเทพไท่อีร้องตะโกนออกมาว่ามู่มู่ คงมิใช่หมายถึงหม้อเทพนิรันดร์ชิ้นที่แปด หม้อเทพปาฮวางชิงมู่หรอกกระมัง!”
“ตามไป!”
เมื่อได้ยินเสียงคนพวกนั้นกล่าวถกเถียงกัน มู่เฉียนซีก็แทบอดไม่ได้ที่จะบีบหม้อเทพไท่อีนี้ให้แหลก
“นายท่านเบาๆ หน่อย เจ็บ!” หม้อเทพไท่อีร้องออกมาอย่างน่าสงสาร มู่เฉียนซีอยากที่จะเผามันทิ้งเสียจริง ๆ
แต่ทว่าในตอนนี้การหนีเอาชีวิตรอดนั้นสำคัญยิ่งกว่า
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ! เมื่อต้องเผชิญกับพวกที่ไล่ตามมาอย่างไม่ลดละพวกนั้น มู่เฉียนซีจึงได้นำเอาพิษทั้งหมดที่นางปรุงในคลังสมบัติของตระกูลเย่ออกมา
แต่ไม่ว่าจะมีพิษมากมายเพียงใดก็ไม่อาจที่จะหยุดยั้งหัวใจที่คิดจะแย่งชิงของล้ำค่านั้นไปได้
“ทักษะโยวหลัว!”
“เงาจันทราคู่!”
“……”
ตูม!
ทั้งหนีและทั้งต่อสู้ไปด้วย มันช่างระทึกขวัญยิ่งนัก
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะออกไปจากเทือกเขาหนานอวิ๋น พวกเขาก็ได้ตกอยู่ในวงล้อมอีกครั้งหน