กู้ไป๋อี เย่เฉินและเซียวโม่ล้วนแต่รู้สึกงุนงง พวกเขาคิดไม่ออกจริง ๆ!
มู่เฉียนซีเอาศิลาแร่ก้อนใหญ่ออกมาและโยนให้กับเซียวโม่ “เจ้าเป็นนักหลอมอาวุธไม่ใช่เหรอ รีบเอาศิลาแร่นี้หลอมออกมาเป็นป้ายเหล็กป้ายหนึ่ง ข้าต้องใช้มัน”
เซียวโม่ได้ยินเช่นนี้ก็ยิ่งประหลาดใจขึ้น นางให้หลอมป้ายเหล็กออกมา นี่นางคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?
“เจ้าไม่อยากทำเหรอ?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรกันเล่า ก็แค่ป้ายเหล็กป้ายเดียว ง่ายมาก”
เซียวโม่เป็นนักหลอมอาวุธผู้หนึ่ง และเป็นผู้บำเพ็ญธาตุอัคคีด้วยเช่นกัน เมื่อพลังธาตุอัคคีปะทุขึ้น ก็ได้เริ่มละลายศิลาแร่ก้อนนั้น ไม่นานนักป้ายเหล็กหนาป้ายหนึ่งก็ถูกหลอมออกมาสำเร็จ
มู่เฉียนซีชักกระบี่มังกรเพลิงออกมา ปลายกระบี่มังกรเพลิงก็ปรากฏเปลวไฟสีแดงฉานขึ้น
ต่อมา ปลายกระบี่เคลื่อนไหวราวกับมังกรที่โผนทะยาน สลักอักษรลงบนป้ายเหล็กแผ่นนี้
เซียวโม่เมื่อเห็นอักษรบนป้ายนั้นก็อ่านออกเสียงขึ้นว่า “ใช้เส้นทางนี้ หยุดจ่ายค่าผ่านทางก่อน!”
“นี่มัน นี่มันดักปล้นอย่างนั้นเหรอ?” เซียวโม่กล่าวด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
มุมปากของเย่เฉินและกู้ไป๋อีก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย นางทำป้ายออกมาอย่างไร้เหตุผล ดักปล้น นางก็คิดออกมาได้
เซียวโม่กล่าว “แม่นางมู่ คะ คือว่า ส่วนมากผู้ที่เดินทางมาที่นี่ล้วนแต่เป็นกองกำลังใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลยนะ อีกอย่างพวกเขาก็นำกำลังคนมาไม่น้อย หากคิดจะปล้น พวกเราคงต้องถูกรุมตายแ