ความคิดเห็น! พวกเขาจะกล้ามีความคิดเห็นได้อย่างไรกันเล่า!
ผ่านเรื่องราวที่น่าหวาดกลัวเช่นนั้นมา การเผชิญหน้ากับสำนักขวางโซ่วที่วิปริตเช่นนี้นั้น พวกเขาจำเป็นต้องมีผู้นำที่แข็งแกร่ง
ในกลุ่มของพวกเขา ไม่มีผู้ใดสามารถแบกรับภาระอันหนักหน่วงนี้ได้ แต่ท่านเหล่านั้นของเมืองเหลยสามารถทำได้
“เดิมทีเมืองเหลยก็เป็นผู้ชนะที่ได้อันดับหนึ่งในการประลองครั้งนี้อยู่แล้ว ท่านเจ้าเมืองเย่เป็นผู้นำ ก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว”
“ครั้งนี้ หากไม่ได้ทุกท่านของเมืองเหลยช่วยชีวิตเอาไว้ พวกเราก็คงจะถูกสำนักขวางโซ่วกำจัดไปแล้ว พวกท่านเป็นถึงผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้ ตำแหน่งผู้นำนี้ต้องเป็นของท่านเจ้าเมืองเย่แต่เพียงผู้เดียวอยู่แล้ว”
“……”
เมื่อไม่มีผู้ใดมีความคิดเห็นที่ขัดแย้ง มู่เฉียนซีจึงหันไปยิ้มพลางกล่าวกับเย่เฉินว่า “เอาล่ะ เรื่องต่อไปก็มอบให้เป็นหน้าที่เจ้าแล้ว”
เย่เฉินได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกยุ่งเหยิงแล้ว พูดผิดไปหรือไม่!
นี่นายท่านคิดจะทิ้งให้เขาจัดการโดยไม่สนใจสิ่งใดเลยอย่างนั้นเหรอ?
มู่เฉียนซีใช่ว่าจะไม่สนใจสิ่งใดเลย เมื่อครู่นางเพิ่งจะทะลวงพลังวิญญาณขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับห้าได้ ดังนั้นนางจึงต้องรีบไปฝึกฝนให้พลังมั่นคงเสียก่อน
เมื่อไม่มีคำสั่งจากมู่เฉียนซี กู้ไป๋อีก็ไม่ได้ใจดีที่จะไปช่วยเย่เฉิน
โชคดีที่เย่เฉินยังมีว่าที่พ่อตาในอนาคตกับท่านเจ้าเมืองซีเจว๋คอยช่วย มิเช่นนั้นเรื่องราวมากมายเช่นนี้ห