เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ดวงตาของรองเจ้าเมืองตงกัวก็พลันหดเล็กลง
“พวก…พวกเจ้ากลับมาได้แล้ว มิใช่ว่าพวกเจ้า…”
มู่เฉียนซีกล่าว “แน่นอนว่าพวกข้ากลับมาแล้ว มิเช่นนั้นแล้วจะจัดการกับเจ้าอย่างไร?”
“ทั้งหมดอย่าขยับ!”
ตงกัวตกอยู่ในมือของมู่เฉียนซี คนเหล่านั้นก็ไม่กล้าลงมือฆ่าใครดั่งที่คิดเอาไว้จริง ๆ
ตงกัวที่ถูกมู่เฉียนซีเอาเข็มยาจ่อที่คอยิ้มแล้วกล่าว “เจ้าช่างรับมือได้ยากจริงเชียว! มิน่าล่ะ นางหญิงโง่ผู้นั้นถึงได้เกือบถูกเจ้าฆ่าตายไปถึงสองหน”
นางผู้หญิงโง่ ที่เขากล่าวมานั้นคงมิใช่สตรีมีพิษผู้นั้นกระมัง!
“แต่ว่าข้าไม่เหมือนกับนางหญิงโง่ผู้นั้น” ดวงตาของเขาส่องประกายอันชั่วร้ายออกมา
“ฆ่า! ฆ่าพวกมันเสีย อย่าให้เหลือรอดแม้แต่ผู้เดียว!” ตงกัวออกคำสั่ง
เมื่อคนเหล่านั้นได้ยินคำสั่งของเขาก็กลับทำตามจริง ๆ โดยที่ไม่สนความเป็นความตายของเขาเลยสักนิด พวกนั้นเริ่มลงมือฆ่าผู้คนทันที
สนามรบที่สงบสุขลงมาได้อย่างยากเย็นแสนเข็ญ บัดนี้ก็ได้เกิดการฆ่าฟันกันไปทั่วอีกครั้ง
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าว่าเจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
ในตอนที่เข็มยาของมู่เฉียนซีกำลังจะกรีดผิวหนังของตงกัวก็พลันมีเสียงเสียงหนึ่งดังแหวกอากาศมา
กู้ไป๋อีที่คอยอารักขานางอยู่ด้านข้างสัมผัสได้ถึงความอันตราย เขาจึงชักกระบี่เฉียนหานออกมาแล้วป้องกันที่ด้านหน้าของมู่เฉียนซีเอาไว้
เคร้ง! มีดทรงโค้งสองเล่มที่บินมา เล่มหนึ่งได้ถูกกู้ไป๋อีกันเอาไว