ังสัตว์พันธสัญญาของเขา และคนผู้นี้ก็ได้พุ่งมาทางมู่เฉียนซี
เขากล่าวขึ้นอย่างเยือกเย็น “สาวน้อย ไปตายเสียเถอะ!”
ในตอนที่นางออกกระบวนท่านั้น มู่เฉียนซีรู้สึกได้ถึงอันตรายอันเย็นเฉียบชนิดหนึ่ง
ไม่ถูกต้อง พลังความสามารถของเขามิใช่เพียงแค่มหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่สี่
มู่เฉียนซีจึงได้โคจรเคล็ดวิชาย่างก้าวพันเงาขึ้นมาแล้วหลบหลีกไปอย่างรีบร้อน
และบริเวณที่นางยืนอยู่เมื่อครู่นั้นก็ได้ปรากฏหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมาในทันที
เจ้าเมืองซีเจว๋มองคนผู้ที่มีรูปลักษณ์ธรรมดาผู้นั้นแล้วกล่าวด้วยเสียงขรึม “พลังความสามารถของคนผู้นั้นกลับไปถึงขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่หก เหตุใดเมืองหู่เสี้ยวถึงมียอดฝีมือเช่นนี้ได้”
ถ้าหากว่าพวกเขามียอดฝีมือเช่นนี้ก็ควรที่จะเป็นเมืองขั้นสำนักนิกายระดับสองไปนานแล้ว จะยังเป็นสำนักนิกายระดับหนึ่งอยู่ได้อย่างไร?
“หึหึหึ! สาวน้อยมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่รวดเร็วจึงทำให้หลบได้ทัน แต่กระบวนท่าต่อไปข้าจะไม่ให้เจ้าหลบได้อย่างง่ายดายแน่นอน”
“คุณหนูใหญ่!” กู้ไป๋อีเองก็รู้สึกได้ถึงความเก่งกาจของฝ่ายตรงข้ามจึงเป็นกังวลอยู่บ้าง
เจ้าเมืองหู่กล่าวขึ้น “ไอ้หนู ตอนนี้เจ้ายังจะมีกะจิตกะใจไปห่วงคนอื่นอีก ช่างรนหาที่ตายเสียจริง!”
“เจ้าขัดขวางโอกาสดี ๆ ของข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ข้าจะต้องสับเจ้าให้แหลกเป็นหมื่น ๆ ชิ้น!” เจ้าเมืองหู่ได้ระเบิดพลังไปทางกู้ไป๋อี
ปราณกระบี่อันเยือกเย็นของกู้ไป๋อีก็ได้ระเบิดออ