ทันทีที่คำพูดของรองเจ้าเมืองตงกัวจบลง เงากระบี่ก็ได้เปล่งประกายขึ้น เงาจันทราเจ็ดเงาก็พุ่งออกไปทันที
กู้ไป๋อีลงมืออย่างรวดเร็วจนไม่ให้เวลาพวกเขาได้ตอบโต้เลย พวกเขาเพียงแค่รู้สึกว่าตนเองนั้นได้กระเด็นลอยไปกลางอากาศแล้ว
การประลองในครั้งนี้สิ้นสุดเร็วกว่าการประลองในสิบเอ็ดครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
รองเจ้าเมืองตงกัวกล่าว “เมืองเหยียนเป็นฝ่ายชนะ!”
เมื่อทุกคนได้เห็นร่างชุดขาวที่ดูสูงศักดิ์ผู้นี้แล้ว ต่างก็คิดว่าเขานั้นช่างเป็นชายหนุ่มที่เย็นชาราวกับเทพเซียนก็มิปาน พร้อมกับแอบสบถด่าในใจว่า ‘วิปริตไปแล้ว!’
กู้ไป๋อีเดินลงมาจากลานประลอง จากนั้นสายตาของเขาก็มองไปที่ลานประลองของมู่เฉียนซี
“สาวน้อย เมื่อวานเจ้ากำเริบเสิบสานมาก เพียงแต่วันนี้ เกรงว่าเจ้าจะกำเริบเสิบสานไม่ได้แล้ว”
มู่เฉียนซีชักกระบี่มังกรเพลิงออกมา นางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “หากข้าจะกำเริบเสิบสานต่อไปพวกเจ้าก็ขัดขวางข้าไม่ได้!”
กระบี่มังกรเพลิงพุ่งตัดผ่านอากาศ มังกรเพลิงสีแดงฉานตัวหนึ่งก็พุ่งไปที่พวกเขาทันที
พลังอำนาจของมังกรเพลิงนี้มิอาจต้านทานได้เลย
กระบี่เล่มนี้คล้ายกับว่าสามารถสังหารผู้บำเพ็ญภูตที่มีพลังต่ำกว่าขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตได้ภายในชั่วพริบตาเดียว
ต่อให้เป็นพลังขั้นมหาจักรพรรดิขึ้นไป พวกเขาก็รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง!
“รีบหลบ เร็วเข้า!”
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง!
พวกเขาดูถูกมู่เฉียนซี สุดท้ายก็ถูกมู่เฉียนซีใช้กระบี่เล่มนี้แ