มู่เฉียนซีเองก็คาดไม่ถึงว่าตนเองจะมิได้รับผลกระทบจากขอบเขตของการสังหารวิญญาณเลยแม้แต่น้อย จนทำให้นางทะลุผ่านขีดจำกัดของจักรพรรดิแห่งภูติระดับที่สามไปได้ แล้วกลับทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้ในเมืองเฮยตู
แต่ไหนแต่ไรมาหลงฉือมิเคยสนใจในเรื่องของหอคอยแห่งความตายหรือหอคอยโลหิตเลยแม้แต่น้อย แต่มาวันนี้พลังวิญญาณในเมืองเฮยตูเกิดการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง นั่นจึงทำให้เขาจำต้องสนใจเข้าเสียแล้ว
เขาโบกมือแล้วกล่าว “ไปตรวจดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่หอโลหิต!”
กู้ไป๋อีคอยจับตาดูชั้นที่เก้าของหอคอยโลหิตอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นที่หอคอยโลหิตจะมิให้เขาสนใจได้อย่างไร!
เขากล่าวขึ้น “พลังวิญญาณทั้งหมดไปรวมกันอยู่บนชั้นที่เก้า มีผู้บรรลุขั้นเสียแล้ว สาวน้อยกลับบรรลุจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่สี่บนชั้นที่เก้านั่น”
กู้ไป๋อีได้ถูกความคิดของเขาทำให้ตนเองตกใจไปยกใหญ่ นี่เป็นไปได้หรือ?
ที่เมืองเฮยตูแห่งนี้มันยากนักที่จะบรรลุขั้นได้! ยิ่งอยู่ในหอคอยโลหิตยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะบรรลุขั้น แล้วทำไมการบรรลุขั้นเป็นจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่สี่จึงได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้
จู่ ๆ ก็เหมือนกับว่ากู้ไป๋อีจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าของเขาไม่ค่อยดีนัก
ถ้าหากว่านางบรรลุขั้นเช่นนั้นก็แสดงว่านางดีเยี่ยมยิ่งนัก ดีเยี่ยมเป็นอย่างมาก
แต่ในตอนนี้ได้ก่อให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น เกรงว่าหลงฉือเองก็คงจะให้ค