คุณหนูใหญ่สามารถควบคุมได้หรือไม่?”
“มังกรเพลิงจะไม่ฆ่าผู้เป็นนาย เสี่ยวไป๋เจ้าวางใจเถอะ!”
“ทักษะเทียนซวน!”
ตูม!
แต่มู่เฉียนซีนั้นกล่าวไม่หมด มังกรเพลิงจะไม่ฆ่าผู้เป็นนาย แต่พิฆาตวิญญาณนั้นไม่แน่
ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่ใช่เจ้านายของพิฆาตวิญญาณ
ตูม ตูม ตูม!
มู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อีได้ปะทะฝีมือกัน และนางแพ้แล้ว!
มู่เฉียนซีตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “เสี่ยวไป๋ เจ้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว พลังของเจ้ากลับคืนมาแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
กู้ไป๋อีส่ายหน้า “พลังไม่ได้แข็งแกร่งขึ้น แต่เมืองเฮยตูได้ส่งผลกระทบต่อกำลังการต่อสู้ของข้าก็เท่านั้น”
เขายื่นมือออกไปพลางกล่าว “คุณหนูใหญ่แพ้แล้ว กลับไปรักษาบาดแผลก่อนเถอะ!”
มู่เฉียนซีกล่าว “แพ้แล้วก็ต้องยอมรับ”
หลังจากพักผ่อนมาทั้งวัน อาการของนางก็หายดีอย่างสมบูรณ์ และมู่เฉียนซีก็มาถึงหอคอยแห่งความตายอีกครั้ง
“คุณหนูมู่ เชิญตามข้ามาที่ชั้นสอง”
ในตอนนี้ ชั้นบนสุดของหอคอยทมิฬ ชายผู้หนึ่งกล่าวเสียงขรึมว่า “ไป๋อี เจ้าไม่ได้มาดื่มชากับข้านานแล้ว หรือว่าเจ้ากำลังยุ่งกับการเก็บศพของคนงามผู้นั้นล่ะ!”
ดวงตาของกู้ไป๋อีมืดสลัวลง “หลงฉือ เจ้าอย่าแตะต้องเกล็ดมังกรของข้า”
หลงฉือยิ้มเย้ยหยันขึ้น “ว่ากันว่ามังกรเท่านั้นถึงจะมีเกล็ด นึกไม่ถึงว่าไป๋อีจะมีเกล็ดด้วย แถมยังเป็นสตรีผู้หนึ่งอีกด้วย”
“เจ้าเรียกข้ามามีเรื่องอันใด?”
“ไป๋อี เจ้าอย่าใจร้อนนักสิ ก็แค่ไม่ได้คุยกันนานแล้ว กว่าเจ้าจะมาหาข้าได้