ลิกกลางคันต่างหาก”
หลงฉือยิ้มเย้ยหยันพลางกล่าว “ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว เบื่อแล้วก็ทิ้ง ไม่มีความจำเป็นต้องเอามาใส่ใจเลย”
“ไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามาสอด!” กล่าวจบ กู้ไป๋อีก็อันตรธานไปต่อหน้าเขาอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ประลองจบเจ็ดสนาม มู่เฉียนซีก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรงลงแล้ว
นางเดินออกมาจากหอคอยแห่งความตายนั้น สายตาที่ร้อนแรงจ้องมองนางในบริเวณรอบ ๆ นั้นไม่ได้ลดน้อยลงเลย
เมื่อร่างสีขาวร่างหนึ่งได้ปรากฏขึ้น กลิ่นอายแห่งความเย็นยะเยือกก็ได้แผ่ซ่านออกมา ทำให้คนเหล่านั้นต่างก็ละสายตาไปทันที
กู้ไป๋อีมองมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “คุณหนูใหญ่ ข้ามารับแล้ว”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “มาได้ทันเวลาพอดี วันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว คู่ต่อสู้ที่นี่ช่างน่าสนใจจริง ๆ!”
“ไปเถอะ!”
คนเหล่านั้นต่างก็สูดลมหายใจเย็นเข้าปอดด้วยความหวาดกลัว ชายผู้นี้ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก แต่กลับเรียกคนงามผู้นั้นว่าคุณหนูใหญ่ ช่างน่าแปลกประหลาดเกินไปแล้ว
บางคนก็พึมพำขึ้นว่า “ร่างชุดขาวที่มีกลิ่นอายเย็นยะเยือกผู้นั้นดูคุ้นมาก ดูเหมือนจะเป็น…”
“เป็นไปไม่ได้ คนเช่นนั้นจะยอมจำนนให้กับสาวน้อยคนเดียวได้เช่นไร เช่นนั้นก็น่าขำแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “เดิมทีข้าตั้งใจเอาไว้ว่าจะประลองให้ครบสิบสนาม แต่นึกไม่ถึงว่าแค่เจ็ดสนามข้าก็หมดแรงลงเช่นนี้แล้ว”
กู้ไป๋อีกล่าว “ในตอนนั้นที่ข้าเข้าไปประลองในหอคอยแห่งความตายครั้งแรก ก็ชนะติดกันได้แค่เจ็ดสนามเท่านั้น แต่เป็น