“ใช่แล้วจะทำไม?” กู้ไป๋อีกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ในตอนนั้นเจ้าถูกยกย่องให้เป็นราชาเหมันต์ เป็นความหนาวเหน็บที่ไร้ความรู้สึก ไร้ปราณีและไม่มีเมตตาต่อใครทั้งนั้น แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเมื่อผ่านไปสิบปีกลับมีคนเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นมา!” มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเบา ๆ
“เจ้าว่า ถ้าหากว่าข้าจับตัวนางไปแล้วให้เจ้าคอยทำงานให้ข้า เจ้าคิดเห็นเช่นไร? ไหน ๆ เจ้าก็ใส่ใจนางเสียขนาดนี้”
แววตาของกู้ไป๋อีฉายแววอันเย็นยะเยือกออกมา “หลงฉือ เจ้าอย่าให้มันมากเกินไปนัก! เจ้าควรจะเข้าใจว่าการที่ข้าสามารถเข้ามาในที่แห่งนี้ได้เป็นหนที่สอง นั่นก็หมายความว่าข้าสามารถที่จะใช้พลังของร่างกายนี้ได้และไม่ถูกสะกดเอาไว้ แล้วพลังความสามารถของข้านั้นได้ไปถึงขั้นใดแล้ว เจ้าก็คงสามารถที่จะคาดเดาได้”
หลงฉือกล่าว “เวลาสิบกว่าปีมานี้ พรสวรรค์ของเจ้านั้นเพียงพอแล้วที่จะไปอย่างน้อยก็ถึงขั้นมหาจักรพรรดิขั้นสูงสุดเต็มขั้น ดังนั้นข้าจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม เจ้าไม่ต้องกังวลใจเรื่องแมวเหมียวตัวน้อยของเจ้าไปหรอก”
เขากล่าวด้วยท่าทางสนุกสนาน “เห็นท่าทีที่เจ้าโกรธเกรี้ยวแล้ว น่ากลัวเสียเหลือเกิน!”
กู้ไป๋อีกล่าว “หลังจากที่นางได้ถูกตั้งให้เป็นระดับมหาจักรพรรดิแล้ว สิ่งที่เจ้าต้องการจะทำ ข้าจะตอบรับมันเอาไว้”
หลงฉือกล่าว “หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นระดับมหาจักรพรรดิหรือ? ดูท่าแล้วเจ้าจะมั่นใจในตัวแมวเหมียวของเจ้าเป็นอย่างมาก เอาเถอะ อย่างไรเสี