เย่เฉินตกใจจนผงะไปครู่หนึ่ง นี่นายท่านจะฝึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ด้วยตัวเองอย่างนั้นเหรอ
หรือว่านางก็เป็น…เป็น…
ในใจของเย่เฉินมีความคิดที่น่ากลัวมากความคิดหนึ่ง
หรือว่านายท่านสามารถฝึกสัตว์ได้!
กู้ไป๋อีก็คิดเช่นเดียวกัน และเมื่อพวกเขาเห็นว่ามู่เฉียนซีได้ฝึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ตรงหน้าทั้งหมดเหล่านี้เสร็จแล้ว พวกเขาถึงกับตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น
เย่เฉินอุทานขึ้นว่า “นายท่าน นี่นายท่าน…”
กู้ไป๋อีก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าพลางกล่าว “คุณหนูใหญ่ ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่!”
การฝึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นั้นทำให้สูญเสียพลังจิตไปเป็นอย่างมาก แต่ภายในชั่วพริบตาเดียวนางกลับสามารถฝึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ได้มากมายเช่นนี้!
มู่เฉียนซีกินเม็ดยาวิญญาณไปขวดหนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ก็แค่สิ้นเปลืองพลังจิตเท่านั้นเอง กินยาวิญญาณฟื้นฟูก็ได้แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด”
มู่เฉียนซีมองไปที่เย่เฉินและกล่าวว่า “เจ้าเลือกคนที่เชื่อใจได้เพื่อมาทำสัญญาสักส่วนหนึ่งเถอะ! เพิ่มความแข็แกร่งให้กับพวกเขา”
ความทะเยอทะยานของสำนักขวางโซ่วนั้นสูงมาก หากพวกนั้นลงมือในขณะที่นางออกไปฝึกฝนประสบการณ์ การที่เย่เฉินมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้อยู่ก็จะทำให้มีกำลังในการต่อสู้เพิ่มมากขึ้น
เย่เฉินพยักหน้าพลางกล่าว “ขอรับ!”
เรื่องสุดท้ายก็ได้จัดการเสร็จสิ้นแล้ว มู่เฉียนซีจึงเตรียมกลับไปพักผ่อน
วันต่อมา มู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อีก็เตรียมเดินทางไปยังเมืองเฮยตู