ถูกเดาได้ถึงตัวตนเช่นนี้ จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้ประหลาดใจแต่อย่างใด!
เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “ในเมื่อเจ้ารู้ตัวตนของข้าแล้ว เหตุใดถึงยังไม่ไสหัวกลับไปยังที่ของตัวเองอีก”
“ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ใด ข้าก็จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงข้อตกลงกับคุณหนูใหญ่เป็นอันขาด!” กู้ไป๋อีกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
“แต่กับองค์ชายจิ่วเยี่ย ท่าน…”
แววตาของกู้ไป๋อีเคร่งขรึมลง “หากมีคนรู้ถึงความสัมพันธ์ของท่านกับคุณหนูใหญ่ นางก็จะตกอยู่ในอันตรายได้ คุณหนูใหญ่ยังรับมือกับความแข็งแกร่งของศัตรูเหล่านั้นไม่ได้ ตอนนี้นางยังต้องการสภาพแวดล้อมที่มั่นคงเพื่อที่จะเติบโต!”
หากเขาเป็นยอดฝีมือคนใดคนหนึ่งแห่งดินแดนสี่ทิศ กู้ไป๋อีก็คงจะไม่หนักใจถึงเพียงนี้
ทว่า คนผู้นี้กลับเป็นถึงองค์ชายจิ่วเยี่ยแห่งคุกโลหิต ผู้ที่ก่อให้เกิดการนองเลือดแห่งคุกโลหิตผู้นั้น
การกระทำของคนผู้นี้เย็นชาและไร้ความปรานี ฆ่าสังหารอย่างไม่ลังเล ไม่ว่าเขาจะย่างกรายไปที่แห่งใดก็ต้องมีเสียงร้องโหยหวนของวิญญาณนับไม่ถ้วน ไม่รู้ว่าได้สร้างศัตรูไปมากมายเพียงใด
ศัตรูเหล่านั้นรับมือกับเขาต้องระมัดระวังมากแน่นอน กลัวเขาเป็นอย่างยิ่ง และไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม
แต่กับสาวน้อยผู้นั้น…
นางยังเป็นเพียงแค่อัจฉริยะผู้น่าทึ่งที่เพิ่งจะเติบโต มีพลังวิญญาณแค่จักรพรรดิแห่งภูตระดับสามเท่านั้น มันอันตรายเกินไปกับการเข้าสู่โลกอันนองเลือดขององค์ชายจิ่วเยี่ยผู้นี้
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า