สายลมพัดกระโชกแรง มู่เฉียนซีได้กลิ่นอายของพิษ พิษชนิดนี้…
แววตาของมู่เฉียนซีเย็นชาขึ้นมาในทันที นางกล่าวกับจิ่วเยี่ยว่า “จิ่วเยี่ย ดูเหมือนว่าเมืองชางหมางจะเกิดเรื่องบางอย่างที่น่าสนใจขึ้นแล้วล่ะ ข้าอยากจะไปดูสักหน่อย”
“อืม!” จิ่วเยี่ยพยักหน้าเบา ๆ
มู่เฉียนซีเปิดประตูออกมาก็เห็นกู้ไป๋อียืนรออยู่หน้าประตูแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “เสี่ยวไป๋ เจ้าก็รู้สึกได้ใช่หรือไม่ ?”
กู้ไป๋อีพยักหน้า “ทั่วทั้งเมืองชางหมางล้วนแต่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอายของการเข่นฆ่า”
“ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นเมืองเมืองหนึ่งที่อยู่ในทุ่งหญ้ารกร้าง แต่หากกล่าวตามหลักและเหตุผลแล้ว กลางเมืองเช่นนี้ไม่ควรจะมีกลิ่นอายของการเข่นฆ่าที่รุนแรงถึงเพียงนี้สิ” มู่เฉียนซีขมวดคิ้วขึ้น
“อู๋ตี้ เจ้าแอบซ่อนตัวอยู่แถวนี้ คอยคุ้มกันความปลอดภัยให้ท่านเจ้าเมืองเหยียนและพวกด้วย” มู่เฉียนซีกล่าว
“ขอรับ!”
“ไปเถอะ!” ร่างทั้งสองเคลื่อนไหวไปในความมืด
กู้ไป๋อีรู้ดีว่าชายผู้นั้นต้องตามมาอย่างลับ ๆ เป็นแน่ เพียงแค่ไม่ปรากฏตัวออกมาก็เท่านั้น นางไม่น่าจะมีอันตรายใด
มู่เฉียนซีได้มาถึงสถานที่ที่มีกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นที่อยู่ใกล้พวกเขาที่สุดแล้ว นี่เป็นห้องพักชั้นหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกับโรงเตี๊ยมของพวกเขามากนัก
ทันทีที่มู่เฉียนซีและกู้ไป๋อีเดินเข้าไปก็ได้เห็นคนที่อยู่ด้านในนอนตายอย่างน่าสังเวช โดยสภาพศพนั้นดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
นางกวาดสายตามองศพที่น