ระมูลก็ได้เข้าสู่ช่วงสุดท้าย พิธีกรประมูลได้กล่าวขึ้น “ต่อจากนี้ พวกเราจะทำการประมูลสินค้าชิ้นสุดท้าย”
ผู้ที่นำสินค้าประมูลชิ้นสุดท้ายขึ้นมานั้นมิใช่คนธรรมดาทั่วไป หากแต่เป็นหัวหน้าโรงประมูลที่ได้โคจรพลังวิญญาณและนำมันขึ้นไปวางยังแท่นประมูล
ดวงตาของทุกคนเปล่งประกายออกมา หัวหน้าโรงประมูลออกโรงเอง ครั้งนี้จะต้องเป็นการประมูลสิ่งที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากชิ้นหนึ่งเป็นแน่
ภายใต้สายตาอันอยากรู้อยากเห็นของทุกคน หัวหน้าโรงประมูลได้ค่อย ๆ เปิดผ้าสีแดงที่ห่อหุ้มมันเอาไว้ออกช้า ๆ ก่อนจะเผยให้เห็นกล่องสีดำกล่องหนึ่ง
เขาได้เปิดกล่องนั้นออกอย่างระมัดระวัง ลำแสงสีขาวลำแสงหนึ่งได้พุ่งออกมาฉับพลัน
ความหนาวเหน็บแผ่กระจายไปทั่วทั้งโรงประมูล และหมอกที่ใสราวกับคริสตัลก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ในตอนนี้เองจิ่วเยี่ยก็ดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ได้ถูกสะกดไปแล้วไม่น้อย ส่วนมู่เฉียนซีเองก็รู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว
นางยกเท้าขึ้นแล้วถีบจิ่วเยี่ยออกไปหนึ่งคราอย่างไม่เกรงใจแล้วกล่าว “เจ้ามันมากเกินไปแล้ว”
“ข้ารู้!” จิ่วเยี่ยยิ้มพร้อมตอบอย่างจริงใจ
“แต่เพราะข้านั้นชอบทำกับซีมากเกินไป!”
มู่เฉียนซีนั้นเดือดดาลพลุ่งพล่านดั่งไฟแล้ว แต่ทว่าเรื่องหลักนั้นสำคัญนัก!
มู่เฉียนซีจึงสวมใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว และยื่นมือออกไปพร้อมกล่าวว่า “ยื่นมือของเจ้าออกมา!”
จิ่วเยี่ยขยับเข้าไปใกล้มู่เฉียนซี เงาร่างอันมีกลิ่นอายที่คุ้นเคยแผ่ซ่าน