พิธีกรผู้นี้มีรูปร่างที่ยั่วยวนเป็นอย่างมาก ทว่าจื่อโยวกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย เขาหยิบผลไม้ขึ้นมากัดอย่างเกียจคร้าน พร้อมกล่าววิพากษ์วิจารณ์ว่า
“เติมแต่งมากเกินไป เอวก็ยังบางไม่พอ แถมยัง…”
ด้วยสายตาอันมีเอกลักษณ์ของเขาแล้ว เขาจึงวิพากษ์วิจารณ์เพียงแค่นี้ จากนั้นก็หันไปมองกู้ไป๋อี และกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ เจ้าคิดว่ายังไง?”
สายตาของกู้ไป๋อีดุดันคมกริบขึ้น และกล่าวว่า “ข้าชื่อกู้ไป๋อี”
“คนงามเรียกเสี่ยวไป๋ได้ เหตุใดข้าถึงเรียกไม่ได้?” จื่อโยวบ่น
“ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ไม่มีสาเหตุใดทั้งสิ้น หากท่านยังยืนกรานที่จะทำเช่นนี้ต่อไป ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน” กู้ไป๋อีไม่ได้หลบซ่อนแววตาสังหารแต่อย่างใด
จื่อโยวยิ้มพลางกล่าว “กู้ไป๋อี กู้ไป๋อี ข้ารู้สึกคุ้นชื่อนี้นะ”
ทั่วทั้งดินแดนสี่ทิศ ผู้ที่กล้ากล่าววาจาเช่นนี้กับเขานั้นมีไม่มากนัก
แววตาของกู้ไป๋อีดุดันขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ที่รู้ชื่อของเขานั้นมีไม่มากนัก คนผู้นี้จะคุ้นชื่อเขาได้อย่างไรกัน
จื่อโยวขยับเข้าไปใกล้กู้ไป๋อี และกระซิบข้างหูเขาว่า “คนงามผู้นี้ เป็นถึงนายหญิงเพียงผู้เดียวของข้า ทางที่ดีเจ้าตัดใจซะเถอะนะ มิเช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าไม่ตายดีแน่”
คาดว่าคนงามจะไม่ให้เจ้านายของตนลงมือกับคนผู้นี้ แต่เขาจะไม่เกรงใจเป็นอันขาด ถึงแม้ว่าชายผู้นี้จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้านายตน ไม่ว่าจะเป็นพลังความแข็งแกร่งหรือรูปร่างหน้าตาก็ตาม
ทว่า เมื่อนึกถึงอันตรายที่แ