ตอนนี้มู่เฉียนซีกำลังคิดหาวิธีแก้ไขตามบันทึกที่แตกสลายในมรดก
นิรันดร์ที่หลับใหลเหมือนดั่งหมูที่ตายแล้วนางจึงไม่สามารถพึ่งพามันได้ มู่เฉียนซีอันเชิญหม้อเทพชิงมู่ออกมาและกล่าวว่า “ชิงมู่ พวกเราทั้งสองมาร่วมมือกันเถอะ!”
“อู๋ตี้ เสี่ยวหง อย่าให้ใครมาเข้าใกล้ข้าได้!” มู่เฉียนซีกล่าว
กู้ไป๋อีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มู่เฉียนซีมาโดยตลอด เมื่อเห็นนางหยิบหม้อยาออกมาก็ตะลึงงัน “เจ้าจะหลอมยาหรือ?”
จะมีนักปรุงยาคนไหนที่ปรุงยาระหว่างการต่อสู้ของทั้งสองเมือง!
มู่เฉียนซีกล่าว “อืม! หากยังไม่พบสิ่งที่สามารถทำลายและควบคุมสัตว์วิญญาณพิษเหล่านี้ได้ เกรงว่าคนที่แพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้คงจะเป็นพวกเรา ดังนั้นตอนนี้เราต้องหาวิธีที่จะจัดการกับพวกมัน?”
กู้ไป๋อีกล่าว “มันเสี่ยงเกินไปหรือเปล่า พวกเราถอยกลับไปแล้วค่อยคิดหาวิธีดีไหม?”
สถานการณ์ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะชนะ แต่การล่าถอยก็ไม่ใช่เรื่องยาก
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าอยากจะพ่ายแพ้ศึกแล้วหนีไปงั้นรึ เจ้าไม่รู้สึกว่ามันน่าขายหน้าเกินไปหน่อยหรือ?”
“ปรุงยาในสนามรบ คุณหนูใหญ่บ้าไปแล้ว”
มู่เฉียนซีหัวเราะ “เจ้าก็อย่าเอะอะโวยวายไปนักเลย นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณหนูใหญ่ของเจ้าทําเรื่องนี้”
เมื่อไฟติด มู่เฉียนซีก็เริ่มปรุงยาแล้ว
เมื่อเห็นการกระทำของมู่เฉียนซี เย่เฉินก็ตกใจเช่นกัน “นายท่านจะปรุงยา ในระหว่างการต่อสู้ของสองเมือง ปรุงยา!”
เขาเกิดในสามตระกูลโอสถใหญ่ แต่ไม่เคยได