ี่ยวหงทำให้ฝ่ายตรงข้ามตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
“เจ้าแมวโง่ ข้าไม่ยอมช้าไปกว่าเจ้าแน่”
อู๋ตี้กล่าวอย่างยั่วยุว่า “เจ้าหมูขี้เกียจ เจ้าขี้เกียจถึงเพียงนี้ พลังก็อ่อนด้อยกว่าข้ามาก คิดจะเร็วกว่าข้านั้นไม่มีทาง”
ทั้งสองทะเลาะกันขึ้นมา สุดท้ายอู๋ตี้ก็เร็วกว่าเสี่ยวหงไปก้าวหนึ่ง และคว้าสัตว์พิษรูปร่างแปลกประหลาดตัวหนึ่งกลับไป
เสี่ยวหงทำได้เพียงแค่กล่าวด้วยความกลัดกลุ้มใจว่า “น่ารังเกียจ เหนือกว่าข้าแค่ระดับเดียวก็คิดว่าเจ๋งแล้วอย่างนั้นเหรอ สักวันเถอะ ข้าจะเหนือกว่าแมวโง่อย่างเจ้าให้ได้”
ปัง!
อู๋ตี้นำสัตว์พิษตัวนั้นมา และโยนมันจากกลางอากาศไปกระแทกกับร่างของจักรพรรดิยอดยุทธ์ระดับเก้าผู้หนึ่งที่กำลังจะลอบโจมตีมู่เฉียนซี
“นายท่าน ได้ตัวมันมาแล้ว!”
มีอู๋ตี้ผู้เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสี่คอยปกป้องอยู่ข้างกายมู่เฉียนซีเช่นนี้ แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดคิดว่ามู่เฉียนซีอ่อนแอและรับมือได้ง่าย และพวกเขาก็ไม่กล้าโจมตีไปทางมู่เฉียนซี
กริชเล่มหนึ่งถูกมู่เฉียนซีชักออกมา และกรีดลงที่เนื้อหนังของสัตว์พิษตัวนี้
เลือดสีดำไหลออกมา มู่เฉียนซีเอาขวดใสขวดหนึ่งออกมา จากนั้นนางก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ชิงมู่ ในการถ่ายทอดของนิรันดร์มีบันทึกอยู่ใช่หรือไม่ แต่ก็ได้กล่าวเอาไว้เพียงสั้น ๆ แล้วก็ผ่านไปเท่านั้น เจ้าหมอนี่เป็นคนที่ไม่จริงจังเอาซะเลย”
ชิงมู่กล่าว “ฝ่าบาทไม่ค่อยสนใจมากนัก แต่ว่าข้ารู้ดี ตอนนั้น ฝ่าบาทเป็นคนสั่งให้ข