มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ให้ข้าช่วยหลอมกระบี่ให้เขาสักเล่มน่ะ ข้ารับปากเขาแล้ว ดังนั้น……”
เย่เฉินมองมู่เฉียนซีด้วยท่าทีที่เฉื่อยชา นายท่านพูดว่าอะไรนะ
หรือว่า……หรือว่านายท่านก็เป็นนักหลอมอาวุธด้วย!
มู่เฉียนซีเอาวัสดุหลอมอาวุธที่ดีที่สุดออกมา ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งในการหลอมอาวุธของมู่เฉียนซีจะไม่ค่อยดีมากนัก แต่ก็สามารถหลอมกระบี่ที่ดีออกมาได้เล่มหนึ่ง
มิเช่นนั้นหากพลังของเสี่ยวไป๋ฟื้นฟูกลับมาถึงขั้นสูงสุด แต่กลับมีกระบี่ที่ไม่เข้าท่า มันก็จะดูไม่เหมาะสมกับคนอย่างเขา
มู่เฉียนซีทุ่มเทกายใจ ใจจดใจจ่อจนหลอมกระบี่เล่มหนึ่งออกมาได้ เป็นกระบี่ยาวที่สวยงามแต่สีสันไม่ฉูดฉาดจนเกินไป อีกทั้งยังมีความประณีตและดูแข็งแกร่งมากอีกด้วย
ระดับของกระบี่ยาวเล่มนี้ไม่ถึงขั้นปฐพี เป็นเพียงแค่อาวุธวิญญาณระดับเจ็ดเท่านั้น
นี่เป็นผลลัพธ์ที่นางพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว มู่เฉียนซีถือกระบี่เล่มนั้นเดินออกมาจากห้องหลอมอาวุธ และนางก็ได้เห็นกับกู้ไป๋อีที่ยืนอยู่ด้านนอก
“คุณหนูใหญ่หลอมเสร็จแล้วเหรอ?”
“ใช่” มุมปากของมูเฉียนซียกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“ให้เจ้า!” นางโยนกระบี่ที่อยู่ในมือให้กับกู้ไป๋อี
ตัวกระบี่เป็นสีเงินครามที่เย็นยะเยือก ซึ่งเข้ากับนิสัยใจคอของกู้ไป๋อีมาก ราวกับว่าตั้งใจจะหลอมออกมาเพื่อเขาก็มิปาน
กู้ไป๋อีกล่าว “อาวุธวิญาณระดับเจ็ด ดีกว่าที่ข้าจินตนาการเอาไว้มาก”
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าคิดว่าข้า