องได้หวั่นกลัวเสียแล้ว จึงได้คิดที่จะหนีเอาไว้ก่อนเป็นการดี
แต่ในตอนนี้เองเย่เฉินได้นำกำลังคนตามฆ่าฟันพวกนั้นไป “จะปล่อยให้พวกมันหนีไปไม่ได้”
“ตามไป!”
จากนี้ไปก็เป็นละครฉากสนุกที่พวกคนของเมืองเหลยนั้นรบแพ้แล้วต้องหนีเอาชีวิตรอดเสียแล้ว เย่เฉินได้นำกำลังคนตามไล่ต่อยตี และได้รับความสำเร็จไปมิน้อย
เจ้าเมืองเหยียนนั้นมิได้มีความรู้สึกที่ดีต่อผู้ที่ดูเหมือนบัณฑิตที่อ่อนแอแต่กลับมีความคิดอันล้ำลึกผู้นี้มาโดยตลอด และคิดว่าเขานั้นไม่คู่ควรกับบุตรสาวของตน แต่การต่อสู้ในวันนี้ทำให้เขากลับรู้สึกว่าเย่เฉินผู้นี้กลับมีท่าทีของผู้ที่เป็นแม่ทัพใหญ่
รอจนกระทั่งคนของเมืองเหลยนั้นได้ถอยหนีไปจนหมดสิ้น เมืองเหยียนทั้งเมืองก็ได้คืนสู่ความสงบอีกครั้ง
มู่เฉียนซีมองไปทางกู้ไป๋อีแล้วกล่าวขึ้น “ข้านั้นยังพอใจในตัวเจ้าอยู่ ถ้าหากว่าเจ้ามิอยากให้ข้าใช้วิธีการอะไรที่ไม่ธรรมดาทั่วไปมาควบคุมเจ้า ก็จงอย่าได้คิดจากไปโดยพลการ”
กู้ไป๋อีกล่าวด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ “พลังความสามารถของข้ายังไม่ฟื้นฟูจนเต็มขั้น ข้าจะไม่จากไปโดยพลการ”
“ดี!”
มู่เฉียนซีและกู้ไป๋อีได้กลับไป หลังจากที่นางพบว่าพลังความสามารถของกู้ไป๋อีนั้นฟื้นฟูขึ้นมาถึงระดับจักรพรรดิยอดยุทธ์ขั้นที่หนึ่ง นางก็ได้ค้นพบแผ่นดินผืนใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
ดวงตาของมู่เฉียนซีมีร่องรอยของรอยยิ้ม “ในเมื่อพลังความสามารถของเจ้าได้ฟื้นฟูขึ้นมาบ้างเล็กน้อยแล้ว เช่นนั้นนับตั้งแ