่งนัก แม้แต่ข้าเองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน”
“เช่นนั้น ก็จงลองทักษะเทียนซวนเถอะ!”
เมื่อแขนของมู่เฉียนซีเริ่มขยับ นางก็ได้ลงมืออีกครั้งหนึ่ง!
บึ้ม!
ถึงแม้ว่ามู่เฉียนซีได้ใช้ทักษะเทียนซวนที่เป็นกระบวนพิฆาตฆ่าออกมาแล้ว แต่ทว่ากู้ไป๋อีก็ยังคงหลบได้อยู่เช่นเดิม
“นี่ยังไม่ใช่พลังทั้งหมดของเจ้า”
มู่เฉียนซีถามขึ้น “เจ้ากำลังบีบบังคับให้ข้าใช้กระบี่หรือ?”
“ข้าอยากลองดู”
“เจ้าเคยชินกับการใช้กระบี่หรือสิ่งอื่นใด?” มู่เฉียนซีถามขึ้น
“กระบี่!” กระบี่ที่อยู่ในมิติได้ถูกมู่เฉียนซีนำออกมา
“เลือกดูเถิด! อย่าได้หาว่าข้ารังแกเจ้า”
กู้ไป๋อีก้มตัวลงแล้วหยิบกระบี่เล่มที่ดูไม่เข้าตาและเป็นอาวุธวิญญาณขั้นที่ต่ำที่สุดขึ้นมา
มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวไป๋ สายตาของเจ้านี่ก็สูงไปกระมัง! เจ้าไม่ชอบของสะสมของข้า!”
“มิใช่ว่าไม่ชอบ แต่ข้าเพียงแค่อยากจะลองกระบี่ที่คุณหนูใหญ่หลอมขึ้นมาก็เท่านั้นเอง”
เขามองเพียงแวบเดียวก็สามารถมองออก การตีหลอมกระบี่ของเล่มนี้มันเหมือนกับธนูที่เขาเคยใช้มิมีผิด
มู่เฉียนซีกล่าว “อย่างไรเสียก็ไร้ประโยชน์ ในเมื่อเจ้าอยากจะใช้ขยะนั่น เช่นนั้นก็จงใช้มันดูสักครั้งเถอะ!”
มู่เฉียนซีกวัดแกว่งกระบี่ออกไป นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “กระบี่มังกรเพลิงสังหาร!”
เมื่อกระบี่เล่มยาวอีกเล่มได้เริ่มกวัดแกว่ง มันก็เต็มไปด้วยความเยือกเย็นจากพลังชีวิตของเขา
เห็นกันอยู่ชัดชัดว่าเขานั้นมีเพียงพลังของจักรพรรดิยอดยุทธ์ขั