กอื่นนอกจากต้องออกจากเมืองเหยียนไป
ตระกูลเย่ที่เดิมทีอยู่ในขุมกำลังสำนักนิกายครึ่งระดับของเมืองเหยียน ตอนนี้กลับกลายเป็นขุมกําลังสำนักนิกายครึ่งระดับที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองเหยียน
ในตอนนั้นเอง เมืองเหลยก็ได้ส่งยอดฝีมือมาสังหารนอกเมืองเหยียน
“ท่านเจ้าเมืองเหยียน ฟังข้าให้ดี! วันนี้เมืองเหลยของเราไม่ต้องการที่จะเป็นศัตรูกับเจ้าเมืองเหยียน ตราบใดที่พวกเจ้าส่งคนตระกูลเย่ที่ฆ่าน้องรองของข้ามา นับแต่นี้ไป พวกเราก็จะสนิทกันเหมือนครอบครัวเดียวกันอย่างแน่นอน!”
คําพูดเช่นนี้ ใครเชื่อก็โง่แล้ว!
เช่นนั้นถ้าเหลยอ๋าวไม่ใช่เพราะได้รับคําสั่งจากเขา จะบุกประโคมมาที่เมืองเหยียนได้อย่างไร?
ปล่อยให้กองกำลังทั้งสองของเขาฉีกหน้าและฆ่ากันเอง สุดท้ายก็ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย เขาก็จะโจมตีได้ง่าย
เจ้าเมืองเหยียนกล่าวด้วยใบหน้าที่หม่นคล้ำ “ข้าจะไม่ยอมรับคําขอของเจ้าอย่างเด็ดขาด ถ้าเจ้าต้องการโจมตีเมืองเหยียนของพวกเรา เราก็ยินดีจะอยู่ด้วยในสงครามเมือง”
เย่เฉินกล่าว “พวกเจ้าอยากสู้ ก็อย่าได้พูดมากความ เมืองเหยียนของพวกเรา ไม่มีทางกลัวพวกเจ้าหรอก?”
เจ้าเมืองเหลยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตาย เช่นนั้นข้าจะชำระสะสางทั้งเมืองเหยียนเพื่อแก้แค้นให้น้องรองของข้า!”
ในเวลานี้มู่เฉียนซีกําลังดื่มชาอยู่ในโรงน้ำชาแห่งหนึ่งที่ใกล้กับประตูเมือง นางได้ยินคําพูดเหล่านี้นางก็ยิ้มบาง ๆ
“ก็ไม่รู้ว่า เจ้าหมอนี่ไป