เย่เฉินกล่าว “หลังจากนี้ครึ่งปี ข้าจะต้องนำสิ่งที่นายท่านอยากได้มาได้แน่!”
มู่เฉียนซีตะลึงงัน “ทำไมถึงเป็นครึ่งปี?”
เย่เฉินกล่าวตอบ “มิใช่ว่าข้าไม่เชื่อนายท่าน แต่เพราะตระกูลเย่ของข้าถูกทำลายล้าง หลังจากที่ข้าได้หนีออกมาแล้ว ท่านปู่ได้ใช้ค่ายกลกักขังพวกนักฆ่าเหล่านั้นเอาไว้ ค่ายกลนั้นยังเหลือเวลาอีกครึ่งปีถึงจะหายไป และก่อนหน้าระยะเวลาครึ่งปีนั้น ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีจากด้านนอกหรือด้านในก็ตาม มันล้วนแต่ไร้ผล!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว อย่างไรเสียก็เพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น ถึงต่อให้ข้ามีความรวดเร็วเป็นอย่างมากแต่ก็มิอาจที่จะหาสมุนไพรวิญญาณอื่น ๆ ได้ครบภายในเวลาครึ่งปี เจ้าไปจัดการธุระก่อนเถอะ!”
“ขอรับ!” เย่เฉินพยักหน้า
“นายท่าน!” เย่เฉินกลับมาพบมู่เฉียนซีอีกครั้ง
“มีอะไรหรือ?” มู่เฉียนซีถามขึ้น
“ฉีเอ๋อร์ถูกพาตัวไปแล้ว เจ้าเมืองเหยียนกล่าวว่าถ้าหากอยากให้เขายอมรับข้าในขั้นต้น อย่างน้อยก็พิสูจน์ด้วยการแสดงพลังของข้าให้เขาเห็น”
“จะพิสูจน์ได้อย่างไร?”
“ทำให้ตระกูลเหลยหายไปจากเมืองเหยียน” เย่เฉินกล่าวเสียงขรึม
มู่เฉียนซีกล่าว “ดูท่าแล้วเจ้าเมืองเหยียนเองก็มีความแค้นกับตระกูลเหลยเช่นกัน เพียงแต่ว่าไม่อาจที่จะต่อกรได้ง่ายดายก็เท่านั้น ประจวบเหมาะกับตระกูลของเจ้าเป็นสำนักนิกายครึ่งระดับ ให้ตระกูลเย่ลงมือก็เหมาะสมพอดี”
“อื้ม!”
“เจ้าตัดสินใจเช่นไร?”
“ตระกูลเหลยกดขี่ตระกูลเย่ของข้ามาโดยตลอ