ังนิ่งสงบอยู่เช่นนี้ได้หรือ?” มู่เฉียนซียิ่งใกล้เข้าไปกว่าเดิม
กู้ไป๋อีมองใบหน้าที่งดงามอย่างมิอาจหาผู้ใดเปรียบได้นั้นกำลังใกล้เขาเข้ามามากขึ้นและ… มากขึ้นไปอีก….
เหมือนกับว่าเขาจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจของนาง ทันใดนั้นใบหน้าที่ไร้อารมณ์ใบนั้นก็ได้เกิดการผันเปลี่ยนขึ้นมา
ที่คุกโลหิต ไม่ง่ายเลยที่จื่อโยวจะกลับมาเพื่อไปแจ้งข่าวบางเรื่องให้เจ้านายของตน
“เยี่ย ได้ยินมาว่าคนงามของเจ้าออกจากแดนตะวันออกไปแล้ว แต่ว่าข้ารออยู่ที่แดนตะวันออกเป็นระยะเวลานานเช่นนั้นก็ไม่พบคนงามของเจ้าเลย!”
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา “นั่นเป็นเพราะเจ้าไร้ความสามารถ!”
จื่อโยวไร้ซึ่งความผิดนี่นา! เขาทำหน้าที่อย่างอดทนต่อความเหนื่อยยากคับแค้น แต่ปรากฏว่าผู้เป็นนายของเขากลับมากล่าวเช่นนี้
จื่อโยวกล่าว “เยี่ย เจ้าว่าคนงามของเจ้าหนีไปไหนแล้ว?”
“ซีจะต้องไม่เป็นอะไร!”
“ไม่เป็นไร! ข้าดูแล้วเจ้าคงจะคิดถึงคนงามแล้วกระมัง!” จื่อโยวกล่าวพร้อมยิ้ม
“ดูเหมือนว่าเรื่องที่ข้ามอบให้เจ้าจัดการนั้นจะน้อยไปนัก!”
จื่อโยวลนลาน “ไม่ไม่ไม่! ข้าไม่ล้อเล่นกับเจ้าแล้วเยี่ย เวลามีเหลือไม่มากนักแต่กลับยังไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับคำภีร์หมื่นคำสาป ยังต้องการให้ข้าไปเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์มาหรือไม่?”
เขารู้ดีเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ และถึงแม้ว่ามันจะมีผลช่วยยับยั้งการแผงฤทธิ์ของคำสาปในครั้งต่อไป แต่ผลของมันก็เล็กน้อยยิ่งนัก
“ไม่จำเป็น จัด