สงสีฟ้าได้เปิดเส้นทางแห่งมิติขึ้นมา เมื่อร่างของเจิ่วเยี่ยแวบเข้าไป เขาก็ได้หายไปจากแดนคุกทันที
มู่เฉียนซีเห็นเงาร่างนั้นที่คุ้นเคยเดินออกมาจากลำแสงสีฟ้าและได้ยื่นมือออกมาดึงนางเข้าไปในอ้อมกอด
“ซีคิดถึงข้าแล้ว!” เสียงที่ทุ้มต่ำได้ลอยมา
มู่เฉียนซีกล่าวโดยไม่รู้ตัว “ไม่…”
เขาไม่อยากฟัง!
“อื้อ….”
เขายังคงทำอำนาจบาตรใหญ่ เขาได้อุดคำที่ไม่ต้องการฟังเอาไว้
“อื้อ….เจ้า….”
นางให้เขามาที่นี่ เพราะอยากจะบอกข่าวคราวเกี่ยวกับคัมภีร์หมื่นสาป ไม่ใช่…
ราวกับถูกรุกยึดบ้านยึดเมืองเช่นนี้ ไหนเลยจะยังสามารถกล่าวประโยคที่จบสมบูรณ์ออกมาได้
“ฟู่!” ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ในที่สุดจิ่วเยี่ยก็ได้ปล่อยตัวนางออกมา มู่เฉียนซีเอามือไปแตะปากของเขาแล้วกล่าว “เจ้า…เจ้าอยู่ห่างจากข้าหน่อย”
จิ่วเยี่ยกอดนางเอาไว้แน่นกว่าเดิมแล้วกล่าว “ไม่!”
“เช่นนั้นเจ้าก็จงสงบเสียหน่อย?”
“ซีเป็นผู้เริ่มอยากให้ข้ามา ทำไมข้าต้องสงบด้วย?”
“ไม่สงบใช่ไหม! ข้าจะให้เจ้าสงบลงเสียดีดี!” มู่เฉียนซีได้กุมคอของจิ่วเยี่ยเอาไว้ จากนั้นก็ได้กัดลงไปคำหนึ่ง
กลิ่นคาวเลือดลอยออกมา แต่คิ้วของจิ่วเยี่ยนั้นมิได้ขมวดเข้าหากันเลยแม้แต่น้อย
เขากอดมู่เฉียนซีเอาไว้แน่นเพราะหวั่นกลัวว่าจะสูญเสียไป กลัวจะไม่ได้พบกันอีก
“เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปี สถานการณ์กับแย่ลงจนถึงขั้นนี้เชียวหรือ?”
ดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งของจิ่วเยี่ยลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นก็กล่าวอย่างสดใส “นี่