มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “มันสำคัญมาก อย่างน้อยก็สำคัญกว่าชีวิตเจ้าเป็นหมื่นเท่า!”
ต่อให้เขาสูญเสียพลังวิญญาณไป แต่ก็ไม่ถึงกับไร้ค่าเพียงนั้น!
กู้ไป๋อีพบว่าหากต่อปากต่อคำกับหญิงสาวผู้นี้มากไป ก็จะทำให้ความเย็นยะเยือกของเขาพลันเปลี่ยนไปเป็นเปลวไฟได้
“หากหาทางออกไม่เจอ เจ้ากับข้าก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!”
ใบหน้าของมู่เฉียนซีเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา “เจ้าวางใจได้ ต่อให้พวกเราหาทางออกไม่เจอ แล้วต้องตายอยู่ที่นี่ ข้าก็ไม่ให้ใบหน้าอันงดงามของเจ้าสิ้นเปลืองไปโดยเปล่าประโยชน์แน่นอน”
“นี่เจ้ากล้าเหรอ!”
แววตาที่มองอย่างอำเภอใจนั้นมองไปที่ใบหน้าของกู้ไป๋อีอย่างไม่ละสายตา ทำให้กู้ไป๋อีกลัดกลุ้มใจขึ้น
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “มีสิ่งใดที่ข้าไม่กล้าล่ะ อย่างไรเสียที่นี่ก็ไม่มีคนอื่น ต่อให้เจ้าจะร้องจนคอแตกก็ไม่มีใครสามารถช่วยเจ้าได้”
อู๋ตี้พยักหน้าพลางกล่าว “ใช่ ต่อให้เจ้าร้องจนคอแตกก็ไม่มีใครช่วยเจ้าได้!”
“ค่อก ค่อก ค่อก นายท่าน นี่นายท่านถูกฝ่าบาททำให้เสียคนไปแล้วกระมัง!” ชิงมู่ทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว
นับตั้งแต่นายท่านได้เจอกับคนของตำหนักเป่ยหานผู้นี้ นายท่านก็เริ่มทำตัวลวนลามขึ้น ทำให้มันรู้สึกว่านายท่านคงจะถูกฝ่าบาทเข้าสิงไปแล้ว
มู่เฉียนซีแสยะปากและกล่าวว่า “หากเจ้าลามกนั่นมีผลกระทบต่อข้า เจ้านี่ก็คงจะอยู่ไม่เป็นสุขแล้วล่ะ”
กู้ไป๋อีกล่าว “ต่อให้ตาย ข้าก็ไม่ยอมให้เจ้าท