ิ่งต่อสู้ก็ยิ่งแข็งแกร่งราวกับว่าพลังวิญญาณจะใช้ไม่มีวันหมดก็มิปาน มู่เฉียนซีใช้ยาวิญญาณเพิ่มพลังอย่างไม่ลังเล
กู้ไป๋อีเห็นมู่เฉียนซีหยิบขวดยาระดับสูงออกมาขวดหนึ่งและกินเข้าไปหมดขวดราวกับกินลูกกวาดเช่นนี้ มุมปากของเขาก็กระตุกขึ้น
ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในสถานะที่สูงส่ง แต่กลับไม่เคยเห็นผู้ใดกินยาวิญญาณที่สิ้นเปลืองเช่นนี้มาก่อน
มู่เฉียนซีรู้ดีว่าต่อให้นางมียาวิญญาณเพิ่มพลังมากมายเพียงใด แต่ตอนนี้ถูกรายล้อมเช่นนี้ สถานการณ์แย่มาก
จำเป็นต้องเดิมพันอย่างสุดกำลังเพื่อจัดการตัวหนึ่งให้ได้ นางกำกระบี่มังกรเพลิงแน่น แววตาเย็นยะเยือกจ้องมองไปที่หงส์ไฟที่กำลังจะพุ่งเข้ามา
“เจ้าชอบพ่นไฟดำมากนักไม่ใช่เหรอ ข้าจะเผาเจ้าเดี๋ยวนี้!”
“บัวแดงพิฆาต!”
ดอกบัวเพลิงขนาดใหญ่ระเบิดขึ้นต่อหน้ามู่เฉียนซี และได้ห่อหุ้มร่างของหงส์ไฟเอาไว้
โฮ่ก โฮ่ก โฮ่ก!
หงส์ไฟพยายามต่อสู้ดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจต่อสู้ดิ้นรนให้หลุดพ้นจากบัวแดงพิฆาตนี้ได้
จักรพรรดิแห่งภูตระดับสามระเบิดพลังกระบี่ที่มีพลังอำนาจมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับสามออกมา กู้ไป๋อีเห็นเช่นนี้แล้วก็อุทานขึ้นในใจสามคำว่า ‘วิปริต!’
เขาเคยเห็นอัจฉริยะมานับไม่ถ้วน แต่อัจฉริยะที่สามารถทำถึงขั้นนี้ได้นั้น เขาเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ต่อให้เป็นเฟิงอวิ๋นซิวนายน้อยแห่งตำหนักตงจี๋ผู้เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งดินแดนสี่ทิศ เมื่อตอนที่เขามีพลังวิญญาณขั้นจักรพรรดิแห่งภ