้ยินเพียงเสียงกระดูกที่ดังขึ้นเท่านั้น
เหงื่อเย็น ๆ ไหลหยดออกมาจากหน้าผากของเขา เขากัดริมฝีปากแน่นแต่ไม่ยอมร้องออกมา
มู่เฉียนซีตบมือ ยิ้มพลางกล่าวว่า “เสร็จแล้ว เจ้าน่าจะเดินได้แล้ว!”
หากเป็นผู้ป่วยทั่วไปหลังจากจัดกระดูกแล้วก็ต้องกินยา แต่สําหรับเชลยของฝ่ายศัตรูที่พบเจอโดยไม่ได้ตั้งใจผู้นี้ มู่เฉียนซีย่อมไม่ให้ประโยชน์อะไรกับเขามากนัก
นางมองกู้ไป๋อีด้วยสายตาซับซ้อน บุรุษผู้นี้มีจิตใจที่เข้มแข็งดุจหิมะที่หนาวเหน็บหมื่นปี และเด็ดเดี่ยวอย่างหาที่เปรียบมิได้
ถ้าเขาไม่ใช่คนของตําหนักเป่ยหาน นางคงชื่นชมคนประเภทนี้และเต็มใจที่จะสร้างมิตรภาพที่ดี แต่น่าเสียดายที่พวกเขาอยู่คนละฝ่าย และถูกกําหนดให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติไม่ได้
กู้ไป๋อีพบว่าตนเองสามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว นางเพียงขยับมือที่บาดเจ็บเช่นนี้ กระดูกที่หักทั้งหมดก็กลับเข้าที่
เขาไม่เคยเห็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้มาก่อน!
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนและเดินตามมู่เฉียนซีไปอย่างเงียบ ๆ
มู่เฉียนซีมองไปที่รอยรอบด้านอย่างพิจารณาแล้วกล่าวว่า “รอยแยกใต้ดินนี้เป็นรอยใหม่ คาดว่าคงจะเป็นเจ้าทำให้มันเกิดขึ้นตอนข้ามไป นั่นถึงทำให้สัตว์ศิลาดำนั่นหาหนทางลอบกัดข้าได้ แต่ว่า….”
มู่เฉียนซีหยิบดอกกล้วยไม้หงส์ดำออกมา และกล่าวอย่างมีความสุขว่า “โชคดีที่ดอกกล้วยไม้หงส์ดำไม่เป็นไร”
กู้ไป๋อีกล่าวอย่างเย็นชา “เพื่อดอกไม้ดอกเดียว เจ้าถึงกับต้องเข้ามาเสี่ยงชีวิตเลยหรือ?