ะมีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งอยู่มากมาย อีกทั้งยังมีกลิ่นอายของผู้อาวุโสเหล่านั้นที่เป็นองครักษ์ของธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นอยู่ด้วย!”
“น่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้น รีบไปดูเถอะ!”
ร่างในชุดดำรีบพรวดไปทางด้านค่ายกลส่งระยะไกลนั้นอย่างรวดเร็ว นึกไม่ถึงว่าจะพบกับคนของตำหนักตงจี๋ของพวกเขากำลังต่อสู้อยู่มหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับหกอยู่กลุ่มหนึ่ง
แดนใต้มีมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับหกมากมายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน อีกอย่างแต่ละคนก็ดูเหมือนมีอายุยังไม่ถึงสามสิบปีเลย
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” น้ำเสียงอันงดงามเสียงหนึ่งดังขึ้น
เมื่อองครักษ์เหล่านั้นได้ยินเสียงนายน้อยอวิ๋นซิวก็จำต้องหยุดทันที ส่วนมู่หรูเหยียนก็หงุดหงิดใจเป็นอย่างยิ่ง นางกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “เฟิงอวิ๋นซิว นี่เจ้าหมายความว่าเช่นไร?”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาเลย”
ถึงแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะดูเหมือนอยู่ในระดับเดียวกัน ทว่า กำลังในการต่อสู้ของฝ่ายตรงข้ามนั้นกลับปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยิ่งทรงพลังมากขึ้น
ตำหนักตงจี๋หยุดมือ แต่จวินโม่ซีนั้นกลับไม่คิดจะหยุดเลย เขาพุ่งเข้าหาเฟิงอวิ๋นซิวด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า
ชายหนุ่มผู้รูปงามล่มบ้านล่มเมืองผู้นี้ต่างหากถึงจะเป็นตัวการสำคัญ จะกำจัดคนเลวก็ต้องกำจัดตัวการสำคัญนี้ก่อน
ปัง!
นึกไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าลงมือกับนายน้อยของพวกเขา และแน่นอนว่าซวนอีไม่ยอมเด็ดขาด
พลังของจวินโม่ซีกับซวนอีปะทะกัน และ