เจ้าสำนักเฝินเองก็ตะลึงงันเช่นกัน ปรมาจารย์เฉียที่หยิ่งทะนงเป็นหนึ่งในโลกาก็มีวันที่ทำตัวค้อมต่ำนอบน้อมเช่นนี้เหมือนกัน
ในตอนที่มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยปรากฏตัวขึ้นที่ค่ายกลส่งระยะไกลในทวีปเหยีนโจวก็ได้ถูกคนกลุ่มหนึ่งขวางทางเอาไว้
มู่เฉียนซีเปิดปากกล่าวขึ้น “ข้าคือมู่เฉียนซีแห่งหอหมอปีศาจ ข้านำพาคนมาซ่อมแซมค่ายกลส่งระยะไกล อีกไม่นานนักเจ้าสำนักของพวกเจ้าก็จะมาถึง”
“ผู้นำตระกูลมู่แห่งหอหมอปีศาจ!” เหล่าองครักษ์ที่อยู่ด้านนอกของค่ายกลส่งระยะไกลกล่าวออกมาด้วยความตะลึง
“ท่านผู้นำตระกูลมู่ ขอเชิญด้านใน!”
หลังจากที่มู่เฉียนซีกับจิ่วเยี่ยได้เข้าไป เป๋ยโต่วก็ได้ยืนอยู่ที่ค่ายกลส่งระยะไกลอยู่แล้ว และได้เริ่มทำการพิจารณา
เป๋ยโต่วมองที่มู่เฉียนซีอย่างพิจารณาแล้วหัวเราะเหอะ ๆ พร้อมกล่าว “พระชายางดงามยิ่งนัก สายตาของฝ่าบาทมิใช่อะไรที่คนอย่างเจ้าจื่อโยวนั่นจะเทียบได้อย่างแน่นอน ต้นไม้เหล็กอย่างฝ่าบาทเองก็สามารถที่จะออกดอกใบได้แล้ว ข้าคิดว่าพวกเราควรจะจัดการเลี้ยงฉลองหมื่นปีที่วังคุกโลหิต”
คำกล่าวอันเย็นยะเยือกสองคำได้ลอยออกมา “ทำงาน!”
ความหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ทำให้เป๋ยโต่วมิกล้าที่จะหยอกล้อเจ้านายอย่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอีกต่อไป และเขาได้พิจารณาค่ายกลส่งระยะไกลที่แตกละเอียดนั้นอย่างจริงจัง
“ค่ายกลส่งระยะไกลแห่งนี้มิได้ซ่อมบำรุงบูรณะมาเป็นเวลานานปี มันพังทลายอย่างหมดจดยิ่งนัก หากไม่มีหินแห่